​ส่งออกอัญมณี มิ.ย.69 เพิ่ม 15.73% ทองคำวูบ 67.55% เหตุราคาลง เก็งกำไรลด

img

ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ มิ.ย.69 ไม่รวมทองคำ 881.29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 15.73% ขยายตัว 4 เดือนติด ได้แรงหนุนจากหลายตลาดซื้อเพิ่ม เว้นสหรัฐฯ ที่ยังลด จากเร่งนำเข้าก่อนหน้า รวม 6 เดือน 8,253.19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 11.58% เฉพาะทองคำส่งออก 371.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลด 67.55% เหตุราคาโลกลด แรงเก็งกำไรลดลง คาดแนวโน้มส่งออก ต้องจับตาผลกระทบภาษีสหรัฐฯ ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ กระทบการค้า   
         
นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวมทองคำ เดือน มิ.ย.2569 มีมูลค่า 881.29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.73% ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 หากรวมทองคำ มีมูลค่า 1,252.94 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 34.29% รวม 6 เดือนปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.) ส่งออกไม่รวมทองคำ มูลค่า 8,253.19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.58% รวมทองคำมูลค่า 16,916.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.74%
         
ทั้งนี้ การส่งออกเฉพาะทองคำ เดือน มิ.ย.2569 มีมูลค่า 371.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 67.55% จากราคาทองคำตลาดโลกชะลอตัวลง และปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ทำให้แรงเก็งกำไรทองคำลดลง และรวม 6 เดือน ส่งออกทองคำ 8,663.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 30.99% โดยหากแยกการส่งออกแต่ละเดือน ม.ค.2569 มูลค่า 2,758.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 136.16% ก.พ.2569 มูลค่า 1,103.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 18.22% มี.ค.2569 มูลค่า 1,799.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 24.28% เม.ย.2569 มูลค่า 1,216.89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 20.27% และพ.ค.2569 มูลค่า 1,413.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 55.75%
         
ทางด้านตลาดส่งออก อินเดีย เพิ่ม 0.08% ฮ่องกง เพิ่ม 9.32% เยอรมนี เพิ่ม 44.03% สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่ม 76.14% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่ม 81.20% สหราชอาณาจักร เพิ่ม 3.32% ญี่ปุ่น เพิ่ม 39.39% อิตาลี เพิ่ม 31.69% เบลเยี่ยม เพิ่ม 23.71% ส่วนสหรัฐฯ ลด 7.87% จากการที่ผู้นำเข้าได้เร่งนำเข้าก่อนหน้านี้ ทำให้ยอดนำเข้าชะลอตัวลงต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงต้นปีถึงปัจจุบัน



ส่วนการส่งออกสินค้าสำคัญ เครื่องประดับแท้ เพิ่ม 60.46% เครื่องประดับทอง เพิ่ม 20.01% เครื่องประดับแพลทินัม เพิ่ม 2,272.02% เครื่องทองหรือเครื่องเงินและส่วนประกอบ เพิ่ม 98.90% พลอยก้อน เพิ่ม 5.51% พลอยเนื้อแข็งเจียระไน เพิ่ม 0.93% พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน เพิ่ม 3.86% เพชรก้อน เพิ่ม 10.67% เพชรเจียระไน เพิ่ม 9.99% ส่วนเครื่องประดับเงิน ลด 5.85%
         
นายสุเมธกล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ยังต้องจับตาผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 ที่มีการเก็บภาษี 12.5% และมีสินค้าไทยบางรายการที่ถูกเก็บภาษี ซึ่งจะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยเมื่อเทียบกับคู่แข่งลดลง และยังมีความเสี่ยงจากมาตรการตอบโต้ด้านกำลังการผลิต ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา รวมทั้งยังมีความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ที่กระทบต่อการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานโลก เพิ่มความไม่แน่นอนต่อการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทย
         
อย่างไรก็ตาม การที่กระทรวงพาณิชย์เร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ทั้งกรอบไทย-สหภาพยุโรป (EU) อาเซียน-แคนาดา และเร่งเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ หากสำเร็จ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออก รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคา สนับสนุนการขยายตัวของการส่งออกในระยะต่อไป
         
ส่วนแนวโน้มความต้องการสินค้า พบว่า ตลาดค้าปลีกสำคัญ อาทิ สหรัฐฯ อินเดีย และภูมิภาคเอเชีย ยังคงได้รับแรงหนุนที่แข็งแกร่งจากความต้องการสินค้าพรีเมียมและกลุ่มเพื่อการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับพลอยสี งานฝีมือมูลค่าเพิ่มสูง เพชรสีแฟนซีที่ราคาเฉลี่ยยังคงทรงตัวและเติบโตได้ดีในกลุ่ม Fancy Pink รวมทั้งเพชรรูปทรงแฟนซีคุณภาพสูง ตลอดจนแนวโน้มผู้บริโภคบางส่วนในตลาดหลักที่เริ่มหันกลับมาให้ความสนใจเพชรธรรมชาติเพิ่มขึ้น แต่ผู้บริโภคในตลาดระดับกลางอาจชะลอการสั่งซื้อหรือปรับเปลี่ยนไปสู่สินค้าทางเลือกที่มีระดับราคาเข้าถึงง่ายกว่า เช่น เครื่องประดับชุบทอง และกลุ่มเครื่องประดับทองที่มีค่าความบริสุทธิ์ลดลง  

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง