​จดเครื่องหมายการค้าผ่าน Fast Track ครึ่งปี 69 พุ่ง 15,276 คำขอ เพิ่ม 21.9%

img

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยสถิติการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าผ่านช่องทาง Fast Track ที่จะทราบผลการพิจารณาภายใน 3-6 เดือน ช่วง 6 เดือน ปี 69 มีจำนวน 15,276 คำขอ เพิ่มขึ้น 21.9% ส่วนการเปิดใช้ระบบ Image Search และ Trademark Checker ตั้งแต่ ก.พ.69 มีผู้ใช้บริการแล้วกว่า 9 แสนครั้ง ยันเดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าต่อเนื่อง เสริมความเข้มแข็งแบรนด์ไทย พร้อมช่วยปกป้องการถูกละเมิดในต่างประเทศ
         
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่กรมได้เปิดให้บริการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าผ่านช่องทาง Fast Track ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน มีผู้ประกอบการใช้บริการแล้วกว่า 115,817 ราย และในช่วง 6 เดือนของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.) มีการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า Fast Track ในไทยทุกรูปแบบรวมทั้งสิ้น 15,276 คำขอ เพิ่มขึ้น 21.9% และจำนวนคำขอ Fast Track ดังกล่าวคิดเป็น 64% ของคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในไทยทั้งหมด
         
ทั้งนี้ กรมได้เปิดช่องทาง Fast Track เพื่อเร่งรัดการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า โดยผู้ประกอบการจะทราบผลการพิจารณาภายในระยะเวลา 3–6 เดือน นับจากวันที่ยื่นคำขอ โดยแบ่งบริการ Fast Track ออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.Fast Track 3 เดือน สำหรับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่มีหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน SME จากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) โดยคำขอระบุรายการสินค้าไม่เกิน 50 รายการ รวมถึงผู้ประกอบการที่จำเป็นต้องใช้หนังสือรับรองการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพื่อขอใบอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ คำขอระบุรายการสินค้าไม่เกิน 10 รายการ 2.Fast Track 4 เดือน สำหรับผู้ประกอบการที่มีแผนขยายธุรกิจสู่ตลาดในประเทศและต่างประเทศ หรือผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ คำขอระบุรายการสินค้าไม่เกิน 10 รายการ และ 3.Fast Track 6 เดือน สำหรับคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ระบุรายการสินค้าหรือบริการได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ คำขอระบุรายการสินค้าไม่เกิน 50 รายการ
         


ขณะเดียวกัน กรมยังเปิดให้บริการ Renewal Fast Track เพื่ออำนวยความสะดวกในการต่ออายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า โดยผู้ประกอบการที่มายื่นคำขอต่ออายุ ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา สามารถรอรับหนังสือสำคัญแสดงการต่ออายุเครื่องหมายการค้าได้ภายในวันเดียวกัน สำหรับผู้ที่ยื่นคำขอต่ออายุผ่านระบบ e-Filing จะได้รับหนังสือสำคัญในวันทำการถัดไป รวมทั้งมีการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในระบบ Image Search และ Trademark Checker เพื่อช่วยวิเคราะห์และตรวจสอบความเหมือนคล้ายเครื่องหมายการค้าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ช่วยคัดกรองคำขอให้มีคุณภาพมากขึ้น โดยตั้งแต่เปิดใช้บริการเมื่อเดือน ก.พ.2569 มีผู้ใช้บริการกว่า 9 แสนครั้ง ซึ่งเป็นบริการที่ช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถนำเครื่องหมายการค้าไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
         
นางอรมนกล่าวว่า นอกจากการเพิ่มประสิทธิภาพการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้ว กรมยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและผู้ปฏิบัติงานด้านเครื่องหมายการค้า ผ่านการอบรมหลักสูตรการบริหารจัดการเครื่องหมายการค้าอย่างมืออาชีพ (Trademark Professional) โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะด้านการจัดทำคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศ เทคนิคการออกแบบเครื่องหมายการค้าให้สามารถจดทะเบียนได้ การใช้เครื่องมือ Image Search และ Trademark Checker ช่วยตรวจสอบและวิเคราะห์ความเหมือนคล้ายเครื่องหมายการค้าเบื้องต้นด้วยตนเอง การยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศผ่านระบบมาดริด (Madrid System) ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้าในประเทศภาคีสมาชิกที่มีอยู่กว่า 132 ประเทศผ่านการยื่นคำขอเพียงครั้งเดียว การบริหารจัดการแบรนด์และเครื่องหมายการค้าอย่างมืออาชีพ การใช้เครื่องหมายการค้าเพื่อเพิ่มมูลค่าแบรนด์และขยายตลาดสู่ต่างประเทศกลยุทธ์ ตลอดจนการคุ้มครองและป้องกันการละเมิดเครื่องหมายการค้า โดยช่วงครึ่งปี 2569 มีตัวแทนเครื่องหมายการค้าและผู้ที่สนใจเข้าร่วมอบรมและได้รับประกาศนียบัตรจากกรมแล้ว 51 ราย และกรมเตรียมจัดอบรมหลักสูตร Trademark Professional ครั้งที่ 2 ในวันที่ 24-26 ส.ค.2569 ณ โรงแรมเบส เวสเทิร์น จตุจักร โดยเปิดรับผู้เข้าอบรมจำนวน 50 ราย
         
ส่วนการปกป้องสิทธิ์เครื่องหมายการค้าของคนไทยในต่างประเทศ กรมได้ดำเนินโครงการ Trademark Monitor ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีผู้ประกอบการไทยให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการมากกว่า 100 ราย เพื่อรับบริการเฝ้าระวังและแจ้งเตือน หากมีการนำเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของผู้ประกอบการไทยไปจดทะเบียนในประเทศจีนและอาเซียนตลอดระยะเวลา 1 ปี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งจากการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนของปี 2569 กรมตรวจสอบพบผู้ประกอบการต่างชาติยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่คล้ายกับเครื่องหมายการค้าของคนไทย จำนวน 2 เครื่องหมาย ได้แก่ เครื่องหมาย “เต่าบิน” ของบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยเป็นการจดทะเบียนในกลุ่มรายการสินค้าเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติและเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ในประเทศเวียดนาม และเครื่องหมาย “Cathy Doll” ของบริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) โดยเป็นการจดทะเบียนในกลุ่มสินค้าเครื่องสำอางในประเทศเวียดนามเช่นกัน กรมจึงได้เร่งแจ้งให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าไทยทราบ เพื่อดำเนินการยื่นคัดค้านการจดทะเบียนก่อนครบกำหนดการใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายให้คำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการคัดค้านอย่างใกล้ชิด
         
ปัจจุบัน เครื่องหมายการค้าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทที่มีการยื่นขอจดทะเบียนมากที่สุดในไทย อาจสืบเนื่องจากเครื่องหมายการค้าถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการสร้างแบรนด์ในการดำเนินธุรกิจ โดยในปี 2568 กรมได้รับคำยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสูงถึง 55,668 คำขอ คิดเป็น 73.85% ของคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาทุกประเภท ที่มี 75,381 คำขอ และการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ใช้ระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 11 เดือน เนื่องจากมีคำขอจำนวนมากที่ระบุรายการสินค้าหรือบริการตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันรายการต่อ 1 คำขอ จึงส่งผลให้การตรวจสอบใช้เวลามากขึ้น แต่เมื่อกรมรับจดทะเบียนแล้ว เครื่องหมายนั้นจะได้รับความคุ้มครองโดยมีผลย้อนกลับไปตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอ

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง