“พาณิชย์”รับลูกนายกรัฐมนตรี หาตลาดให้กุ้งไทย หลังถูกมาเลเซียห้ามนำเข้า 5 สายพันธุ์ ตั้งแต่ 1 มิ.ย.69 เผยเตรียมมาตรการไว้เพียบ ทั้งผลักดันส่งออกไปจีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น อาเซียน จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย จัดเจรจาจับคู่ธุรกิจ จับมือห้างระบายผลผลิต นำขายแหล่งท่องเที่ยว เปิดจุดรับซื้อ ดึงโรงงานช่วยซื้อ จัดรณรงค์บริโภค นำขายผ่านไทยช่วยไทยพลัส และนำขายผ่านงานมหกรรมการค้าชายแดน คาดดูดซับผลผลิตได้เดือนละไม่น้อยกว่า 400 ตัน
นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับนโยบายนายกรัฐมนตรี ที่สั่งการให้เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของมาเลเซียที่ได้สั่งระงับการนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ของไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2569 เป็นต้นไป โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานภายใต้สังกัด ทั้งในและต่างประเทศ เร่งหาตลาดให้กับพี่น้องเกษตรกรและผู้ประกอบการ มีเป้าหมายดูดซับได้เดือนละไม่น้อยกว่า 400 ตัน เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ไทยมีการส่งออกกุ้งไปยังมาเลเซีย เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300-400 ตันต่อเดือน หรือคิดเป็นมูลค่าเฉลี่ย ประมาณ 44 ล้านบาทต่อเดือน
สำหรับมาตรการที่จะดำเนินการ ได้แก่ 1.กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดหาแหล่งนำเข้าทดแทนโดยเฉพาะตลาดสำคัญ อาทิ จีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และหาตลาดใหม่ในกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะเมียนมาและสิงคโปร์ โดยมีกิจกรรม Top Thai Brands คุนหมิง 11–16 มิ.ย.2569 , เซี่ยเหมิน 8 -11 ก.ย.2569 จัด Thailand Week ต้าเหลียน 5–7 มิ.ย.2569 และหลานโจว 9–13 ก.ค.2569 จัดกิจกรรม Online Business Matching สินค้ากุ้ง และการจัดกิจกรรมส่งเสริมสินค้ากุ้งไทยในงานแสดงสินค้า SIAL ในช่วงเดือน ต.ค.2569
2.กรมการค้าภายใน จัดกิจกรรม หรอยริมเร ที่ภูเก็ตในเดือน มิ.ย.2569 นำผลผลิตที่ได้รับผลกระทบมาจำหน่าย ร่วมกับห้างท้องถิ่น ดึงผลผลิตออกจากแหล่งผลิต เชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยว อาทิ ภูเก็ต กระบี่ ตรัง เปิดจุดรับซื้อกุ้ง โดยตรงในแหล่งผลิตในพื้นที่เป้าหมาย อาทิ สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ฉะเชิงเทรา เป็นต้น เชื่อมโยงผู้ประกอบการรับซื้อผลผลิตกุ้งจากแหล่งผลิตพื้นที่เป้าหมาย นำผู้ส่งออกและโรงงานแปรรูปรับซื้อโดยตรงจากแหล่งผลิตพื้นที่เป้าหมาย จัดกิจกรรมรณรงค์การบริโภคกุ้งทั่วประเทศ ผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส (ธงฟ้า) จัดคาราวานสินค้าประมง เปิดจุดจำหน่ายกุ้งในกรุงเทพฯ ภาคอีสาน-เหนือ

3.กรมการค้าต่างประเทศ นำผู้ประกอบการ ผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบ เข้าร่วมออกร้านและกิจกรรม Business Matching ในงานมหกรรมค้าชายแดน จันทบุรี 19-22 มิ.ย.2569 และสระแก้ว 9-12 ก.ค.2569
4.สำนักงานพาณิชย์จังหวัด เชื่อมโยงรับซื้อผลผลิตจากแหล่งผลิตที่ถูกผลกระทบไปจำหน่ายทั่วประเทศผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส
ก่อนหน้านี้ ปลากะพงขาวจากมาเลเซีย ได้เข้าสู่ตลาดไทยในปริมาณสูงขึ้น และพบว่า มีสารเคมีและยาปฏิชีวนะตกค้าง ซึ่งมีความเสี่ยงต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนชาวไทย รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินมาตรการตรวจสอบปลากะพงนำเข้าจากมาเลเซียตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก โดยทุกมาตรการได้ดำเนินการอย่างครบถ้วนและถูกต้องตามขั้นตอนร่วมกับฝ่ายมาเลเซีย เพื่อคัดกรองคุณภาพของสินค้าปลากะพงให้ปลอดภัยแก่ผู้บริโภค และยกระดับความเข้มข้นในการตรวจสอบมากขึ้นเป็นลำดับตั้งแต่ปลายปี 2568 เป็นต้นมา
ต่อมา มาเลเซียได้มีการระงับการนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ ได้แก่ กุ้งลายเสือ , กุ้งแชบ๊วย , กุ้งขาวแวนนาไม , กุ้งกุลาดำ และกุ้งน้ำเงิน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2569 โดยจะดำเนินการต่อไปจนกว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะส่งคำตอบชี้แจงสำหรับแบบสอบถามด้านมาตรฐานความปลอดภัยให้ทางการมาเลเซียอย่างครบถ้วน จึงจะมีการนำมาประเมินมาตรการนี้ใหม่อีกครั้ง
ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบกับการดำเนินมาตรการของไทย ถือว่าเป็นการดำเนินการที่กระชั้นชิด ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า และไม่เปิดโอกาสให้ไทยได้ชี้แจงและกำหนดมาตรการรองรับ (มาเลเซียแจ้งให้ไทยทราบมาตรการผ่านหนังสือสถานทูตมาเลเซียลงวันที่ 28 พ.ค.2569 ถึงกระทรวงการต่างประเทศของไทย และสำเนาเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากนั้น กรมประมง และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) มีกำหนดประชุมหารือเป็นการเร่งด่วน เพื่อเร่งคลี่คลายประเด็นดังกล่าว และกระทรวงพาณิชย์ พร้อมยกระดับหยิบยกขึ้นหารือในเวทีที่เกี่ยวข้องในระดับ WTO และอาเซียน รวมทั้งสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กัวลาร์ลัมเปอร์ จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดด้วย

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

