​ปีใหม่คึกคัก คนคาดหวังเลือกตั้ง ดันดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน ม.ค.69 เพิ่ม

img

สนค.เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือน ม.ค.69 อยู่ในช่วงเชื่อมั่นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 เหตุบรรยากาศปีใหม่คึกคัก คนคาดหวังเลือกตั้ง และมาตรการภาครัฐหลังการตั้งรัฐบาล แต่ต้องจับตาค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือน ราคาสินค้าเกษตร ที่จะเป็นปัจจัยกดดัน

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือน ม.ค.2569 จากความคิดเห็นของประชาชน จำนวน 6,371 ราย ครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 52.6 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 51.8 ในเดือนก่อนหน้า และอยู่ในช่วงเชื่อมั่นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 เพราะมีบรรยากาศเทศกาลปีใหม่ เป็นแรงส่งให้บรรยากาศในสังคมมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับมีความคาดหวังต่อการเลือกตั้งในเดือน ก.พ.2569 และมาตรการภาครัฐหลังการจัดตั้งรัฐบาล เป็นตัวขับเคลื่อนความเชื่อมั่น

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า) อยู่ที่ระดับ 58.4 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 57.6 ในเดือนก่อนหน้า เพราะเศรษฐกิจต้นปีพื้นตัว การท่องเที่ยวดีขึ้น การหาเสียงเลือกตั้งช่วยเพิ่มความคาดหวังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับประชาชน การส่งออกยังเติบโตได้ดี และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน อยู่ที่ระดับ 43.9 แม้จะปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 43.2 ในเดือนก่อนหน้า แต่มีค่าต่ำกว่าระดับ 50 สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่น เพราะประชาชนยังมีหนี้ครัวเรือนและค่าครองชีพสูง ความไม่แน่นอนนโยบายการค้าสหรัฐฯ ความผันผวนการเงินในตลาดโลก ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และความไม่แน่นอนมาตรการภาครัฐในระยะต่อไป  



โดยรายละเอียดปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค ด้านเศรษฐกิจไทยส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 45.08 รองลงมา คือ มาตรการของภาครัฐ ร้อยละ 13.89 การเมือง ร้อยละ 10.56 สังคม/ความมั่นคง ร้อยละ 8.63 ราคาสินค้าเกษตร ร้อยละ 8.05 เศรษฐกิจโลก ร้อยละ 7.99 ภัยพิบัติ/โรคระบาด ร้อยละ 2.06 ผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ร้อยละ 2.01 และ อื่น ๆ ร้อยละ 1.73 ตามลำดับ
         
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายภูมิภาค จำนวน 5 ภูมิภาค พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ในช่วงเชื่อมั่นทุกภูมิภาค ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่ระดับ 53.5 ภาคเหนือ อยู่ที่ระดับ 52.4 ภาคกลาง อยู่ที่ระดับ 50.9 และภาคใต้ อยู่ที่ระดับ 50.8  ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล แม้ปรับตัวลงเล็กน้อยแต่ยังคงอยู่ในช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 58.3
         
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายอาชีพ จำนวน 7 อาชีพ พบว่า ทุกกลุ่มอาชีพอยู่ในช่วงเชื่อมั่น ได้แก่ พนักงานของรัฐ อยู่ที่ระดับ 56.5 ผู้ประกอบการ อยู่ที่ระดับ 53.7 ไม่ได้ทำงาน/บำนาญ อยู่ที่ระดับ 52.8 พนักงานเอกชน อยู่ที่ระดับ 52.4 เกษตรกร อยู่ที่ระดับ 51.9 นักศึกษา อยู่ที่ระดับ 50.8 และ อาชีพรับจ้างอิสระ อยู่ที่ระดับ 50.3 สำหรับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ พบว่า แม้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะยังคงอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่น แต่ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 43.3 ของเดือนก่อนหน้ามาอยู่ในระดับ 45.2 ในเดือนปัจจุบัน
         
“ปัจจัยที่จะส่งผลต่อดัชนีความเชื่อมั่นในระยะต่อไป ทั้งเชิงบวกและลบ คือ ความคาดหวังจากการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ความชัดเจนของมาตรการและนโยบายสำคัญภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ส่วนปัจจัยที่ต้องระวัง คือ สถานการณ์ค่าครองชีพ ภาระหนี้ครัวเรือน ราคาสินค้าเกษตร และกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลในระยะต่อไป มีแนวโน้มเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดทิศทางความเชื่อมั่นของประชาชน ภาครัฐจึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด”นายนันทพงษ์กล่าว

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง