กรมทรัพย์สินทางปัญญาโชว์ความสำเร็จการยกระดับบริการภาครัฐ เพื่อส่งเสริมการทำธุรกิจให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ ภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ 6 ฉบับ และการบริการสาธารณะ ทั้งเครื่องมือสืบค้นทรัพย์สินทางปัญญา การยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และตลาดกลางซื้อขายทรัพย์สินทางปัญญา
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการเข้าร่วมงาน “Business Ready : ปรับบริการรัฐ เปลี่ยนธุรกิจให้ง่ายขึ้น” จัดโดยสำนักงาน ก.พ.ร. ว่า กรมได้แสดงให้เห็นว่ามีความมุ่งมั่นพัฒนางานบริการด้านทรัพย์สินทางปัญญาให้ตอบโจทย์ภาคธุรกิจและความท้าทายในยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าถึงข้อมูล องค์ความรู้ และใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของไทยให้มีประสิทธิภาพและเป็นสากล สอดคล้องกับเกณฑ์การประเมิน Business Ready (B-Ready) ของธนาคารโลก ในด้านการแข่งขันทางการตลาด ซึ่งเป็นมาตรฐานการประเมินในระดับนานาชาติ
โดยที่ผ่านมา กรมมุ่งพัฒนางานบริการใน 2 มิติสำคัญ ได้แก่ 1.ด้านกรอบการกำกับดูแล (Regulatory Framework) ได้เสริมสร้างการคุ้มครองนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาผ่านกฎหมาย 6 ฉบับ ครอบคลุมทั้งสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ ความลับทางการค้า และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในกระบวนการตรวจสอบคำขอและการบังคับใช้สิทธิ์ ดำเนินมาตรการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มงวด รวมทั้งนำสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ด้อยคุณภาพมาทำลายอย่างเหมาะสมและยั่งยืน ตามมาตรฐานระบบจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2015 และมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Factory for Waste Processor)

2.ด้านบริการสาธารณะ (Public Services) ได้ยกระดับบริการทรัพย์สินทางปัญญาอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ เช่น 1.ระบบ IP Search เครื่องมือสืบค้นข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็นสิทธิบัตรการประดิษฐ์ สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ อนุสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และลิขสิทธิ์ เป็นต้น ผ่านทางออนไลน์ที่สะดวกรวดเร็วและแม่นยำ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ฐานข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งมีมากกว่า 4.2 ล้านรายการ ในการพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด 2.ระบบ AI Image Search เป็นระบบที่ช่วยให้ผู้สนใจหรือผู้ต้องการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า สามารถตรวจสอบความเหมือนหรือคล้ายของเครื่องหมายการค้าที่ขอจด กับเครื่องหมายการค้าที่มีการจดทะเบียนไว้แล้วในฐานข้อมูลของกรมได้ด้วยตนเอง โดยใช้ระบบ AI ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ยื่นคำขอมากขึ้นว่าเครื่องหมายที่มายื่นจด จะไม่ซ้ำหรือเหมือนคล้ายกับที่มีการจดทะเบียนให้ไปแล้ว 3.แพลตฟอร์ม IP Mart ตลาดกลางซื้อขายทรัพย์สินทางปัญญาที่เปิดพื้นที่ให้ผู้สร้างสรรค์และเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญากับนักลงทุนสามารถเข้าถึงกันและเพิ่มโอกาสในการเจรจาธุรกิจมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีทรัพย์สินทางปัญญาที่ผู้ประกอบการนำมาเสนอซื้อขายบนแพลตฟอร์ม IP Mart กว่า 1,087 รายการ เช่น ผลงานสิทธิบัตรประดิษฐ์ 118 รายการ อนุสิทธิบัตร 440 รายการ สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ 89 รายการ เครื่องหมายการค้า 34 รายการ และลิขสิทธิ์ 59 รายการ เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นผลงานความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยที่น่าสนใจและมีศักยภาพในการนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ โดยในปี 2568 มีการเจรจาจับคู่ธุรกิจผ่านแพลตฟอร์ม IP Mart 105 คู่ สร้างมูลค่าการซื้อขายทรัพย์สินทางปัญญาในเบื้องต้นกว่า 70 ล้านบาท ทั้งนี้ บนแพลตฟอร์มดังกล่าวยังมีการส่งเสริมการขับเคลื่อนธุรกิจให้สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยมีการเพิ่มหมวดหมู่สินค้า Green Technology เพื่อรองรับเทรนด์การค้าที่ตอบโจทย์ความท้าทายแห่งอนาคตอีกด้วย
นอกจากนี้ ภายในงาน กรมได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการเผยแพร่ความสำเร็จในการยกระดับการอำนวยความสะดวกบริการภาครัฐในด้านการแข่งขันทางการตลาด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการของภาคธุรกิจเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยกรมจะเดินหน้าสานต่อความสำเร็จดังกล่าวผ่านการพัฒนาบริการภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจให้ง่ายขึ้น ช่วยลดขั้นตอน ความซ้ำซ้อน และต้นทุนในการประกอบธุรกิจ ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนสามารถใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และต่อยอดสร้างรายได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

