กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลกับหน่วยงานภาครัฐ ตั้งเป้าให้ครบทั้ง 381 หน่วยงาน จากปัจจุบันเชื่อมโยงแล้ว 179 หน่วยงาน เพื่ออำนวยความสะดวก ลดค่าใช้จ่าย ระยะเวลาการดำเนินงานของประชาชนและภาคธุรกิจ และมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบ
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมงานประชุม “Business Ready : ปรับบริการรัฐ เปลี่ยนธุรกิจให้ง่ายขึ้น” จัดโดยสำนักงาน ก.พ.ร. ว่า กรมมีคลังข้อมูลนิติบุคคลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ได้พัฒนาระบบให้บริการเชื่อมโยงข้อมูลธุรกิจ (Business Data Exchange : BDEX) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกลางในการเชื่อมโยงข้อมูลแบบ Real Time ในรูปแบบ Web Service ที่ผู้ใช้บริการ (หน่วยงานภาครัฐ) สามารถเข้าถึงข้อมูลนิติบุคคลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันได้ทันที โดยมีหน่วยงานภาครัฐเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมแล้ว 179 หน่วยงาน และมีถึง 22 หน่วยงานที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลและยกเลิกการเรียกเอกสารนิติบุคคลได้ เป็นการเสริมสร้างระบบข้อมูลภาครัฐแบบบูรณาการที่มีความสมบูรณ์มากขึ้น ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และลดระยะเวลาการดำเนินงานของภาคธุรกิจและประชาชนได้อย่างสัมฤทธิ์ผล
ทั้งนี้ กรมจะขยายผลการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลไปยังหน่วยงานรัฐที่เหลือตามแผนงานที่วางไว้อย่างเต็มที่ โดยมั่นใจว่าหากหน่วยงานภาครัฐทั้ง 381 หน่วยงาน ได้เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมในรูปแบบ Web Service และนำไปใช้งานอย่างต่อเนื่อง ตามที่เคยมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการอำนวยความสะดวก และลดภาระแก่ประชาชน (ไม่เรียกสำเนาเอกสารที่ทางราชการออกให้จากประชาชน) โดยให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรม สำหรับใช้ตรวจสอบข้อมูลได้โดยตรง ไม่ต้องเรียกสำเนาเอกสารจากภาคธุรกิจและประชาชน จะสามารถลดภาระค่าใช้จ่าย ลดระยะเวลาการเดินทาง และการดำเนินธุรกิจได้อย่างมหาศาล ส่งผลให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถทางการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น สามารถดึงดูดนักธุรกิจจากทั่วโลกให้เข้ามาลงทุนดำเนินธุรกิจในไทย ส่งผลให้เศรษฐกิจประเทศมีความแข็งแกร่ง และที่สำคัญ คือ บรรลุเจตนารมณ์มุ่งสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่มีความสมบูรณ์แบบ มีความโปร่งใส และมีการให้บริการที่รวดเร็วทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

นายพูนพงษ์กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้สะดวกและง่ายขึ้น ผ่านระบบบริการดิจิทัลของกรม อาทิ การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท ด้วย DBD Biz Regist การขออนุญาตการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวด้วยระบบ e-Foreign Business โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการจดทะเบียนอย่างครบวงจร ตั้งแต่การลงทะเบียนและยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบ e-KYC ผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD ของกรมการปกครอง และ DBD e-Service ของกรม การใช้ e-Form ช่วยกรอกคำขอให้เป็นไปตามกฎหมาย ลดการกรอกข้อมูลซ้ำ ลดข้อผิดพลาด ผู้ประกอบการสามารถลงลายมือชื่อแบบ e-Signature ชำระค่าธรรมเนียมทางออนไลน์ และรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที
สำหรับระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (DBD Biz Regist) ช่วยยกระดับการเริ่มต้นธุรกิจ โดยใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก เชื่อมโยงบริการของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ของกรมสรรพากร ซึ่งผู้ประกอบการสามารถยื่นขอใช้บริการได้พร้อมกับการจดทะเบียนนิติบุคคล การขึ้นทะเบียนนายจ้างของสำนักงานประกันสังคม ที่จะดำเนินการโดยอัตโนมัติ และการใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล เป็นเลขอ้างอิงในการขอรับบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การขึ้นทะเบียนลูกจ้างหรือผู้ประกันตน เป็นต้น
“กรมมั่นใจว่าการอำนวยความสะดวกการประกอบธุรกิจดังที่กล่าวข้างต้น จะช่วยยกระดับการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย เตรียมพร้อมภาครัฐก้าวสู่ e-Government ได้ในที่สุด”นายพูนพงษ์กล่าว

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

