กรมการค้าต่างประเทศ (คต.) ชวนผู้ประกอบการร่วมสัมมนาออนไลน์ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจการใช้งานระบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (SOC) ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้า ลดขั้นตอน ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน เผยล่าสุดสามารถรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองได้ 3 กรอบ FTA และ 1 สิทธิพิเศษ GSP และยังพร้อมใช้กับ EFTA 1 ม.ค.70 ด้วย
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 10 ก.ย.2569 กรมได้กำหนดจัดงานสัมมนาในรูปแบบออนไลน์ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าใช้งานระบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (Self- Origin Certification: SOC) ได้อย่างถูกต้องและคล่องตัว โดยแบ่งการบรรยายออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงเช้า (09.00–12.00 น.) แนวทางการขึ้นทะเบียนผู้ใช้งานผ่านระบบ SMART-I และการบรรยายการตรวจคุณสมบัติทางด้านถิ่นกำเนิดสินค้าผ่านระบบ ROVERs Plus และช่วงบ่าย (13.00–16.00 น.) การบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (Self-Certification) พร้อมกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ทดลองเข้าสู่ระบบและปฏิบัติงานจริงในระบบ SOC (https://soc.dft.go.th)
ทั้งนี้ กรมได้ปรับปรุงและเปิดใช้งานระบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (Self- Origin Certification : SOC) ตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค.2569 โดยระบบ SOC ได้รับการพัฒนาให้สามารถรองรับกรอบความตกลงทางการค้าที่เพิ่มขึ้น และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบอื่น ๆ ของกรม ได้แก่ SMART-I, SMART C/O และ ROVERs Plus รวมถึงเชื่อมโยงการตรวจสอบข้อมูลโรงงานจากฐานข้อมูลของกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันระบบ SOC รองรับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกที่ได้รับสิทธิ์รับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองตามกรอบความตกลงทางการค้า 3 กรอบความตกลง และ 1 สิทธิพิเศษ GSP ได้แก่ 1.ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (AWSC) 2.ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) 3.ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (AANZFTA) 4.การขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) ในการส่งออกไปสวิตเซอร์แลนด์และนอร์เวย์ (REX System) และระบบดังกล่าว ยังได้เตรียมพร้อมรองรับกรอบความตกลงการค้าเสรีไทย-สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือน ม.ค.2570 ด้วย
สำหรับการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองผ่านระบบ SOC ถือเป็นทางเลือกเพิ่มเติมที่ผู้ส่งออกสามารถทำการรับรองลงในเอกสารทางการค้า เช่น Invoice , Bill of Lading , Packing List หรือ Delivery Order เพื่อขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีที่ประเทศปลายทางได้เช่นเดียวกับการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form C/O) ซึ่งเป็นวิธีการที่สะดวกรวดเร็ว ลดขั้นตอนการดำเนินการ และลดค่าใช้จ่าย
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากการสัมมนาและการฝึกปฏิบัติ Workshop กรมขอความร่วมมือผู้ประกอบการจัดเตรียมบัญชีผู้ใช้งาน (SMART I) (กรณีเคยขึ้นทะเบียนแล้ว) โดยกรมเชื่อมั่นว่าการสัมมนาครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้ส่งออกไทยสามารถนำระบบดิจิทัลไปใช้สร้างแต้มต่อทางการค้าและขับเคลื่อนการส่งออกได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยผู้ประกอบการที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองบริหารการนำเข้าและรับรองถิ่นกำเนิด กรมการค้าต่างประเทศ โทร. 02-547-4808 และ 02-547-5132 หรือทาง E-mail: [email protected]

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

