กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จัดสัมมนา “โอกาสตลาดอเมริกาเหนือ ผ่าน FTA อาเซียน-แคนาดา” ที่ จ.เชียงใหม่ เตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์จาก FTA เจาะตลาดแคนาดา หลังคาดสรุปผลการเจรจาในปีนี้ และบังคับใช้ปี 70 เผยเกษตรและอาหาร มีโอกาสสูง ผู้ประกอบการที่สนใจทำตลาดสามารถปรึกษาได้
นางขวัญนภา ผิวนิล รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้จัดสัมมนาในหัวข้อ “วิสัยทัศน์การเจรจา FTA ของไทย : เปิดโอกาสใหม่ทางการค้าและการลงทุน เพิ่มแต้มต่อให้กับผู้ประกอบการไทย ผ่านความตกลงการค้าเสรี อาเซียน-แคนาดา (ACAFTA)” ณ โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการไทยในการใช้ประโยชน์จากความตกลงดังกล่าว ที่ตั้งเป้าหมายสรุปผลการเจรจาในปีนี้ และคาดว่าจะมีผลใช้บังคับในปี 2570 โดย FTA อาเซียน-แคนาดา จะช่วยสร้างแต้มต่อทางการค้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดอเมริกาเหนือที่ไทยยังไม่มี FTA ด้วย โดยการลดอุปสรรคทางการค้าทั้งมาตรการทางภาษีและไม่ใช่ภาษี รวมถึงการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน
โดยการสัมมนาครั้งนี้ กรมได้เชิญวิทยากรจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มากประสบการณ์ ร่วมเสวนาถึงโอกาส ความท้าทาย กลยุทธ์การเจาะตลาดแคนาดา และแนวทางการใช้ประโยชน์จากความตกลงดังกล่าว โดยเห็นตรงกันว่าแคนาดาเป็นตลาดที่เต็มไปด้วยโอกาสทางการค้าอีกมาก โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งมีการเติบโตสูงในตลาดแคนาดาที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมีกำลังซื้อสูง

ส่วนการจัดทำ FTA กับแคนาดา ซึ่งครอบคลุมทั้งการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน และประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้า อาทิ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการค้าที่มีความโปร่งใส และคาดการณ์ได้ในการเข้าสู่ตลาดแคนาดา ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน
“ผู้ประกอบการจำเป็นต้องศึกษาจุดเด่นของสินค้าตนและความต้องการของผู้บริโภคแคนาดา สร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจให้กับคู่ค้า ให้ความสำคัญกับคุณภาพ มาตรฐาน และสร้างความแตกต่างจากสินค้าคู่แข่ง รวมถึงการใช้ประโยชน์จากพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยลดข้อจำกัดด้านระยะทาง ต้นทุน และเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายได้มากขึ้น โดยผู้ประกอบการที่สนใจสามารถขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จาก FTA และการขยายตลาดต่างประเทศได้จากหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค”นางขวัญนภากล่าว
สำหรับแคนาดาถือเป็นเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีอำนาจการซื้อสูง ซึ่งไทยอยู่ระหว่างการเจรจา FTA กับแคนาดา ทั้งในระดับภูมิภาคผ่านกรอบอาเซียนและทวิภาคีระหว่างไทยกับแคนาดา ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีแผนที่จะเปิดการเจรจาภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 โดยความตกลงทั้งสองฉบับจะช่วยเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน รวมทั้งช่วยขยายโอกาสด้านการค้าสินค้าและบริการของไทย อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม (ข้าว อาหารทะเลแปรรูป อาหารพร้อมรับประทาน ผลไม้กระป๋อง ไอศกรีมผลไม้ ของทานเล่นเพื่อสุขภาพ) ธุรกิจสปาและสุขภาพ ดิจิทัลคอนเทนต์และเกมออนไลน์ พลังงานสะอาด และบริการวิชาชีพ (วิศวกร สถาปนิก) รวมถึงขยายความร่วมมือระหว่างไทยกับแคนาดา โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งเป็นสาขาที่แคนาดามีความเชี่ยวชาญ
ในปี 2568 การค้าของไทยและแคนาดา มีมูลค่า 3,915.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 21.44% โดยไทยส่งออกไปแคนาดา มูลค่า 2,587.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 21.25% และไทยนำเข้าจากแคนาดา มูลค่า 1,327.99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 21.82% สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ข้าว และผลิตภัณฑ์ยาง และสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ ปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

