สนค.เผยดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง เม.ย.69 เพิ่ม 5.9% สูงสุดในรอบ 44 เดือน ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำน้ำมัน พลังงาน โลจิสติกส์สูงขึ้น กระทบสินค้าเพิ่มขึ้นเกือบทุกหมวด คาด พ.ค.69 ยังขยับอีก เหตุตะวันออกกลางยังไม่มีความแน่นอน จับตาแรงกดดันเป็นปัจจัยเสี่ยงผู้รับเหมา นักลงทุน แบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น กระทบการทำโครงการ การจ้างงาน
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือน เม.ย.2569 เท่ากับ 112.4 เพิ่มขึ้น 5.9% สูงที่สุดในรอบ 44 เดือน โดยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ทำให้ราคาน้ำมันและพลังงานต่าง ๆ สูงขึ้น ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อห่วงโซ่การผลิตและโลจิสติกส์ของสินค้าวัสดุก่อสร้าง ทำให้ดัชนีราคาสูงขึ้นเกือบทุกหมวด และหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ ราคาน้ำมันและราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานสินค้าวัสดุก่อสร้าง และแรงกดดันด้านต้นทุนดังกล่าวไปจะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อผู้รับเหมาและนักลงทุนต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ทำให้เกิดการชะลอหรือเลื่อนโครงการก่อสร้างออกไป จะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคการก่อสร้างโดยรวม
โดยรายละเอียดดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น มาจากหมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ เพิ่ม 1.0% จากการสูงขึ้นของไม้แบบ ไม้โครงคร่าว บานประตู และบานหน้าต่าง จากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งปรับสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน หมวดซีเมนต์ เพิ่ม 2.8% จากการสูงขึ้นของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม และปูนซีเมนต์สำเร็จรูป จากต้นทุนราคาพลังงานปรับสูงขึ้น (ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ) เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง ส่งผลให้หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต เพิ่ม 5.6% จากการสูงขึ้นของพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง คานคอนกรีตสำเร็จรูป และคอนกรีตผสมเสร็จ เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (ซีเมนต์ หิน ทราย) และต้นทุนค่าขนส่งปรับสูงขึ้น

หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก เพิ่ม 6.2% จากการสูงขึ้นของเหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ ท่อเหล็กดำ และชีทไพล์เหล็ก เนื่องจากราคาวัตถุดิบและพลังงาน (บิลเล็ต เศษเหล็ก ถ่านหิน) มีต้นทุนค่าขนส่งและค่าระวางเรือสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หมวดกระเบื้อง เพิ่ม 1.3% จากการสูงขึ้นของกระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา แผ่นหลังคาโปร่งแสง และกระเบื้องเคลือบปูพื้น เนื่องจากราคาพลังงาน (ก๊าซธรรมชาติ) และวัตถุดิบ (สารเคลือบ แร่ซิลิกา) ปรับสูงขึ้น หมวดวัสดุฉาบผิว เพิ่ม 0.7% จากการสูงขึ้นของสีเคลือบน้ำมัน สีน้ำอะครีลิค ทาภายใน และทาภายนอก สูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ (ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี สารทำละลาย)
หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา เพิ่ม 4.9% จากการสูงขึ้นของสายเคเบิล THW สายส่งกำลังไฟฟ้า NYY สายไฟฟ้า VCT และเสาไฟถนน ตามการสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบ (ทองแดง อลูมิเนียม เม็ดพลาสติก) รวมทั้งมีความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างด้านสาธารณูปโภคของภาครัฐเพิ่มขึ้น หมวดวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ เพิ่ม 15.8% จากการสูงขึ้นของยางมะตอย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ ราคาปรับสูงขึ้นเป็นอย่างมากตามราคาและอุปทานที่ตึงตัวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
ส่วนหมวดสุขภัณฑ์ ลด 1.2% จากการลดลงของอ่างล้างหน้าเซรามิก โถส้วมชักโครก และที่ใส่กระดาษชำระ ตามการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน และอุปทานภาคอสังหาริมทรัพย์คงค้างสูง
สำหรับแนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือน พ.ค.2569 ยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ และมีความไม่แน่นอนสูงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุช การตอบโต้ของสหรัฐฯ ที่ปิดล้อมทางทะเลเพื่อกดดันอิหร่าน แม้ว่าจะมีความพยายามให้มีการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งดังกล่าว แต่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ จึงเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาน้ำมันและราคาพลังงานในตลาดโลกมีความผันผวน และมีแนวโน้มสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งของสินค้าวัสดุก่อสร้างหลายชนิดปรับราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าวัสดุก่อสร้างที่ต้องใช้ความร้อนสูงในกระบวนการผลิต เช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ กระเบื้อง สุขภัณฑ์ และสินค้าวัสดุก่อสร้างที่มีผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีเป็นวัตถุดิบ เช่น ท่อพีวีซี (เม็ดพลาสติก) สีทาอาคาร และน้ำยากันซึม (สารทำละลาย) ยางมะตอย (จากการกลั่นน้ำมันดิบ) มีต้นทุนสูงขึ้น

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

