สนค.จับมือ TDRI จัดประชุมระดมสมองยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมเครื่องเทศและสมุนไพรไทย จากสินค้าต้นน้ำ ที่ขายเพียงเป็นวัตถุดิบ ไปสู่สินค้าที่ใช้นวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่ม ตอบโจทย์เทรนด์อาหารและผลิตภัณฑ์แปรรูปมูลค่าสูง เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการผลิต และสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกร
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สนค.ได้ร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) จัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมเครื่องเทศและสมุนไพรไทย” โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากภาครัฐ อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ สถาบันอาหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน อาทิ JLC group (จุฬาเฮิร์บ) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ธุรกิจผลิตยาสมุนไพร ทั้งในช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อยกระดับโครงสร้างส่งออกเครื่องเทศและสมุนไพรไทย จากการขายวัตถุดิบไปสู่การขายสินค้าที่มีนวัตกรรม
สำหรับเครื่องเทศและสมุนไพร เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่มีดัชนีศักยภาพตลาดโลกสูง แม้ในปัจจุบันมูลค่าการส่งออกส่วนใหญ่จะยังกระจุกตัวอยู่ที่วัตถุดิบต้นน้ำ ซึ่งมีมูลค่าต่ำ แต่หากสามารถก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีการสกัดสารมาตรฐานในระดับกลางน้ำ และผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมแปรรูปปลายน้ำขนาดใหญ่ที่มีนวัตกรรมได้สำเร็จ จะถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนผ่านภาคการส่งออกไทยไปสู่การเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) ที่สร้างรายได้เข้าประเทศได้อย่างมหาศาล

ทั้งนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังได้มีนโยบายปรับเปลี่ยนสินค้าส่งออกไทยให้มีความทันสมัยและมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดย สนค. จะมุ่งเป้าศึกษาเชิงลึกในภาคการเกษตรซึ่งเป็นรากฐานสำคัญและแหล่งจ้างงานหลักของประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับจากการส่งออกสินค้าเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่การเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์แปรรูปมูลค่าสูง ซึ่งจะส่งผลเชิงบวกโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกรและความมั่นคงทางอาชีพในระดับท้องถิ่น และการวางตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ในห่วงโซ่การผลิตโลกนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างงานคุณภาพสูงในประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง สู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูงและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
“การจัดกิจกรรมระดมสมองสำหรับกลุ่มเครื่องเทศและสมุนไพรในครั้งนี้ เป็นโอกาสอันดีในการร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ความรู้ และความคิดเห็น กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมนี้ เพื่อวางตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ให้ไทยก้าวพ้นจากการเป็นเพียงผู้ขายวัตถุดิบ สู่การเป็นผู้นำในเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (Bio-economy) ที่เน้นสินค้ามูลค่าสูงและตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพโลก การยกระดับอุตสาหกรรมสมุนไพรให้เป็นระบบและครบวงจรในระดับสากลนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างงานคุณภาพสูงในประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก และขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่งคั่งและยั่งยืนในอนาคต”นายนันทพงษ์กล่าว
ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยมีการพึ่งพาการส่งออกเป็นสัดส่วนสำคัญกว่า 50% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ท่ามกลางบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วหลังยุคโควิด-19 การส่งออกของไทยเริ่มเผชิญกับสัญญาณการฟื้นตัวที่ล่าช้าเมื่อเทียบกับหลายประเทศ สาเหตุหลักมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างในภาคการผลิตที่สินค้าส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มเกษตรพื้นฐานและวัตถุดิบที่มีความซับซ้อนต่ำ ซึ่งไม่เพียงแต่จะมีมูลค่าเพิ่มน้อย แต่ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกในยุคดิจิทัล รวมถึงความผันผวนจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม สิ่งแวดล้อม และกำแพงภาษี ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง กดดันให้ไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

