กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเดินหน้าติวเข้ม SME จังหวัดเชียงใหม่ ใช้ประโยชน์จากกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ เข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยใช้ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ มาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์แบบเดิม เผยคิวต่อไป จะไปให้ความรู้ที่จังหวัดขอนแก่นและสงขลา
นายจิตรกร ว่องเขตกร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานสัมมนา “เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในกฎหมายว่าด้วยหลักประกันทางธุรกิจ” ครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด “Unlocking The New Route : ปลดล็อกความรู้ กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ” ณ โรงแรมกรีนเลค รีสอร์ท จังหวัดเชียงใหม่ ว่า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจของภาคเหนือ และเป็นศูนย์กลางธุรกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง การจัดกิจกรรมในพื้นที่ดังกล่าวจึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงองค์ความรู้และมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างทั่วถึง ลดข้อจำกัดด้านเงินทุน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว
สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้ มีเป้าหมายสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับ พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ.2558 ซึ่งเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ เช่น สิทธิเรียกร้อง สินค้าคงคลัง เครื่องจักร หรือทรัพย์สินทางปัญญา มาใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้หลักทรัพย์แบบเดิม ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินและขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับ SME

โดยกรมได้จัดบรรยายพิเศษและเวทีเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย การเงิน และภาคธุรกิจ ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากการนำกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจไปใช้ รวมถึงแนวทางการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ การจัดทำเอกสาร การประเมินทรัพย์สิน และขั้นตอนการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ และยังมีการให้คำปรึกษาเชิงลึกแบบครบวงจร เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง
นอกจากนี้ กรมมีแผนการจัดสัมมนาในส่วนภูมิภาคอีก 2 ครั้ง คือ จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดสงขลา เพื่อยกระดับการเข้าถึงองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการอย่างครอบคลุม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และผลักดันให้กลุ่ม SME สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
“การส่งเสริมความรู้ด้านกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพ SME ไทย ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น รวมถึงมีสภาพคล่องทางการเงินและเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต”นายจิตรกรกล่าว
ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ 29 มี.ค.2569) มีการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจมากกว่า 913,281 คำขอ คิดเป็นมูลค่ากว่า 22,814,052 ล้านบาท โดยทรัพย์สิน 3 ประเภทที่ธุรกิจนำมาใช้เป็นหลักประกันมากที่สุด คือ 1.สิทธิเรียกร้อง (สิทธิในบัญชีเงินฝาก) 2.สังหาริมทรัพย์ และ 3.ทรัพย์สินทางปัญญา และในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภาคเหนือ พบว่า มีการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ จำนวน 15,259 คำขอ คิดเป็นมูลค่ากว่า 257,388,038,257 บาท โดยทรัพย์สิน 3 ประเภทที่ธุรกิจนำมาใช้เป็นหลักประกันมากที่สุด คือ 1.สินค้าคงคลัง วัตถุดิบ 2.รถยนต์ และ 3.สิทธิเรียกร้อง

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

