“พาณิชย์”เปิดมาตรการสินค้า รับมือต้นทุนเพิ่มจากปัญหาสู้รบในตะวันออกกลาง เผยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง นมผง ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช อาหารสัตว์ จะขึ้นต้องขอก่อน กลุ่มที่ให้แจ้งก่อนปรับราคา จะเข้าหารือและขอให้พยุงราคา ย้ำหากวิกฤต จะพิจารณาเพิ่มรายการสินค้าควบคุม พร้อมหารือผู้ผลิตทำสินค้าราคาพิเศษ จัดธงฟ้าดูแลประชาชน ส่วนปุ๋ย หาแหล่งนำเข้าเพิ่ม และจัดธงเขียวดูแลเกษตรกร ด้านเม็ดพลาสติก ยังมีพอ และเร่งนำเข้าเพิ่มแล้ว
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลราคาสินค้าและผลกระทบต่อประชาชนจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยได้ดำเนินมาตรการควบคุม ตรวจสอบ และติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง ทั้งในมุมของผู้ประกอบการและประชาชน และได้มีการกำหนดมาตรการในการกำกับดูแลแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ได้มีการตรึงราคาน้ำมันดีเซลเป็นเวลา 15 วัน และได้มีการประกาศเพดานราคาน้ำมันดีเซลอีกระยะหนึ่งอยู่ที่ 33 บาทต่อลิตร โดยมีการทยอยปรับขึ้น 50 สตางค์ต่อลิตร วันที่ 18 มี.ค.2569 ทำให้ราคาพลังงานยังอยู่ในระดับที่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในขณะนี้
โดยปัจจุบันมีสินค้าควบคุม 8 หมวด ตัวอย่างสินค้าเช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง นมผง ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช และอาหารสัตว์ ซึ่งหากจะปรับราคา ต้องขออนุญาตจากกรมการค้าภายใน และขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดยื่นขอปรับราคา ส่วนสินค้าที่ต้องแจ้ง เมื่อมีการปรับขึ้นราคา เช่น ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า แชมพู และน้ำยาล้างจาน และสินค้าที่อยู่ในกลุ่มติดตามราคา เช่น ข้าวสารบรรจุถุง น้ำปลา และซอสปรุงรส ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดเสนอขอปรับขึ้นราคา แต่หากมีการปรับราคา กระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปหารือและขอความร่วมมือผู้ประกอบการในการพยุงราคา เนื่องจากต้นทุนพลังงานยังไม่ได้ปรับเพิ่มในระดับสูง
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้ดำเนินมาตรการเชิงรุก โดยใช้กลไกคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) พิจารณาทบทวนรายการสินค้าควบคุมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน (ประชาพิจารณ์) เพื่อพิจารณาเพิ่มสินค้าที่จำเป็นเข้าสู่บัญชีสินค้าควบคุมในช่วงวิกฤตต่อไป

ขณะเดียวกัน ได้หารือกับผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ในการจัดทำสินค้าราคาพิเศษ กระจายไปยังผู้ค้าปลีกค้าส่งทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด การดำเนินโครงการธงฟ้า ในพื้นที่เปราะบาง เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยจะดำเนินการอย่างสมดุลควบคู่กับการดูแลผู้ค้าปลีกในพื้นที่ ไม่ให้ได้รับผลกระทบ และได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดติดตามดูแลกำกับ ตรวจสอบราคาสินค้าและการกักตุนร่วมกับคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นางศุภจีกล่าวว่า ในส่วนของภาคการเกษตร ปัจจุบันไทยมีสต๊อกปุ๋ยเพียงพอถึงเดือน พ.ค.25689 และหากสามารถนำเข้าสินค้าที่ค้างส่งจากตะวันออกกลางได้ จะเพียงพอถึงเดือน ส.ค.2569 โดยกระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างประสานงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการขนส่ง และยังได้เตรียมมาตรการรองรับหากราคาปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้น โดยจะขยายโครงการธงเขียว เพื่อลดภาระต้นทุนให้เกษตรกร ให้ครอบคลุมพื้นที่ ๆ ที่ความต้องการ เพื่อลดภาระแก่เกษตรกร รวมถึงร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการส่งเสริมการปรับสูตรปุ๋ยให้ลดพึ่งพาการใช้วัตถุดิบนำเข้า และสนับสนุนให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์เป็นทางเลือกเพื่อควบคุมต้นทุนและรักษาคุณภาพดินในระยะยาว
สำหรับกรณีความกังวลเรื่องวัตถุดิบเม็ดพลาสติก กระทรวงพาณิชย์ได้หารือกับผู้ผลิตรายใหญ่ พบว่าปัจจุบันสามารถหาแหล่งวัตถุดิบนำเข้าได้เพิ่มขึ้น ทำให้มีความเพียงพอสำหรับการผลิตได้อีกประมาณ 4 เดือน และอยู่ระหว่างการหาแหล่งนำเข้าเพิ่มเติมจากประเทศอื่น เพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต รวมทั้งมีแผนหาแหล่งนำเข้าสินค้าทดแทน ทั้งในส่วนของปุ๋ยและวัตถุดิบอื่น ๆ จากประเทศในภูมิภาค เช่น มาเลเซีย บรูไน และประเทศอื่น ๆ นอกตะวันออกกลาง เพื่อเสริมความมั่นคงด้านวัตถุดิบแล้ว
“ขอเรียนว่าขณะนี้ยังไม่มีสินค้าอุปโภคบริโภครายการใดจำเป็นต้องปรับขึ้นราคา หากพบพฤติกรรมไม่เป็นธรรม ขอให้ช่วยกันแจ้งเบาะแส โดยเฉพาะกรณีจำหน่ายสินค้าไม่ตรงกับป้ายราคา ซึ่งหากมีหลักฐานชัดเจน กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ทั้งโทษทางอาญาและการปรับ โดยประชาชน หากพบเห็นการขึ้นราคาสินค้า สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1569 จะเข้าไปตรวจสอบและดำเนินการทันที”นางศุภจีกล่าว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

