กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยผลการใช้งานระบบ ระบบ “DBD DataWarehouse+” แพลตฟอร์มข้อมูลธุรกิจของประเทศ ในปี 2568 มียอดการเข้าดูข้อมูลนิติบุคคลรวมกว่า 19 ล้านครั้ง สะท้อนบทบาทฐานข้อมูลภาครัฐ ที่มีส่วนช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการ นักวิเคราะห์ ประชาชน นำไปใช้ในการตัดสินใจทำธุรกิจ ลดความเสี่ยง ยันเดินหน้าพัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ระบบ “DBD DataWarehouse+” แพลตฟอร์มข้อมูลธุรกิจของประเทศ มีอัตราการใช้งานเติบโตต่อเนื่อง โดยปี 2568 ที่ผ่านมา มียอดการเข้าดูข้อมูลนิติบุคคลรวมกว่า 19 ล้านครั้ง สะท้อนบทบาทของฐานข้อมูลภาครัฐที่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการ นักวิเคราะห์ และประชาชนทั่วไป ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ทันสมัย และเชื่อถือได้ และใช้ในการลดความเสี่ยงทางธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจ
สำหรับระบบ DBD DataWarehouse+ เป็นระบบที่รวบรวมและแสดงผลข้อมูลของนิติบุคคลไทยอย่างครบถ้วน ตั้งแต่ข้อมูลทะเบียนพื้นฐาน ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมา ไปจนถึงสาระสำคัญจากงบการเงิน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานประเมินภาพรวมของกิจการได้อย่างเป็นระบบ และยังขยายขอบเขตข้อมูลให้ครอบคลุมนิติบุคคลต่างประเทศและข้อมูลการลงทุนจากต่างชาติในนิติบุคคลไทย เพื่อให้ผู้ประกอบการเห็นโครงสร้างธุรกิจได้ลึกมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาฟังก์ชันการค้นหาแบบเงื่อนไขที่จะช่วยให้กลุ่มผู้ใช้สามารถคัดกรองธุรกิจที่ตรงความต้องการได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะแยกตามขนาดธุรกิจ ประเภทธุรกิจ หรือตามจังหวัดที่ตั้ง

นอกจากนี้ DBD DataWarehouse+ ยังได้เชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานภายนอกหลายแห่ง เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจได้ครบจบในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ข้อมูลการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้าจากกรมการค้าต่างประเทศ ข้อมูลการเป็น Exporter List จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ข้อมูลการขึ้นทะเบียนขายตรงจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ข้อมูลผู้ประกอบการค้าข้าวจากกรมการค้าภายใน ซึ่งการบูรณาการข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยให้การตรวจสอบคู่ค้ามีความรอบคอบและรอบด้านมากขึ้น ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความมั่นใจในการทำธุรกรรมทางธุรกิจ
“ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ข้อมูล คือ หัวใจของการแข่งขัน และการมีข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน ถือว่าเป็นรากฐานของการบริหารธุรกิจที่ยั่งยืน โดยกรมได้ยกระดับระบบ DBD DataWarehouse+ ให้เป็นมากกว่าศูนย์รวมข้อมูลทั่วไป เปรียบเสมือนเครื่องมือวิเคราะห์ธุรกิจที่ตอบสนองต่อบริบทการทำงานจริงของผู้ประกอบการยุคใหม่ โดยการพัฒนาเริ่มจากการศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้อย่างละเอียด ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและการสัมภาษณ์ผู้ใช้งานจากหลายภาคส่วน ก่อนนำผลที่ได้มาวางแผนและออกแบบประสบการณ์ใช้งานให้มีความเป็นมิตร เข้าใจง่าย และสอดรับกับรูปแบบการค้นหาข้อมูลที่ซับซ้อนของโลกธุรกิจปัจจุบันได้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังได้ปรับปรุงหน้าจอการใช้งานและระบบหลังบ้านเพื่อให้ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับประโยชน์สูงสุดจากข้อมูลธุรกิจ ซึ่งกรมจะยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบบริการข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านความแม่นยำ ความรวดเร็ว ความทันสมัย และประสบการณ์ใช้งาน เพื่อให้ภาคธุรกิจไทยสามารถใช้ข้อมูลเป็นพลังขับเคลื่อนในการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพ”นายพูนพงษ์กล่าว

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

