สนค.เผยดัชนีราคาส่งออก เดือน ธ.ค.68 เพิ่มขึ้น 1.4% จากความต้องการทองคำ สินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนดัชนีราคานำเข้า เพิ่ม 3.9% จากความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภค วัตถุดิบ เครื่องจักร และการสต๊อกสินค้าใช้ช่วงปลายปีและปีใหม่ คาดดัชนีราคาส่งออกและนำเข้าปี 69 ยังขยายตัวต่อเนื่อง แต่อาจเติบโตอย่างช้า ๆ
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาส่งออก เดือน ธ.ค.2568 เท่ากับ 112.3 เพิ่มขึ้น 1.4 ตามความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ โดยเฉพาะทองคำ และสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง แม้จะมีแรงกดดันจากค่าเงินบาทแข็งค่า และความไม่แน่นอนทางการค้าระหว่างประเทศ ส่วนดัชนีราคานำเข้าของไทย เท่ากับ 117.3 เพิ่มขึ้น 3.9% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการภายในประเทศ ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค วัตถุดิบ และเครื่องจักรเพื่อการผลิต รวมถึงการสต๊อกสินค้าเพื่อใช้ในช่วงเทศกาลปลายปีและปีใหม่
สำหรับรายละเอียดดัชนีราคาส่งออกที่เพิ่มขึ้น มาจากการสูงขึ้นของหมวดสินค้าอุตสาหกรรม 2.4% ได้แก่ ทองคำ ตามทิศทางราคาทองคำตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ได้รับแรงหนุนจากสินค้าเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ Hard Disk Drive (HDD) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากเทคโนโลยีใหม่ ๆ และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ตามความต้องการของตลาดหลัก อาทิ สหรัฐ และยุโรป ที่ต้องการส่วนประกอบ และสินค้าสำเร็จรูปอย่างต่อเนื่อง รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น อาทิ ทองแดง และอะลูมิเนียม
หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร เพิ่ม 0.7% ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋อง ตามความนิยมอาหารพร้อมรับประทาน และกระแสการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้น และอาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะอาหารสำหรับสุนัขและแมว ตามจำนวนสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น และฐานผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงขึ้น

ขณะที่หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง ลด 12.8% โดยเฉพาะน้ำมันสำเร็จรูป ตามความเคลื่อนไหวราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่ลดลงต่อเนื่อง และหมวดสินค้าเกษตรกรรม ลด 1.6% ได้แก่ ยางพารา ตามความต้องการใช้ยางในตลาดโลกชะลอลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า และสินค้าข้าว จากอุปทานล้นตลาด และการแข่งขันด้านราคาในตลาดข้าวโลก
ส่วนดัชนีราคานำเข้าที่เพิ่มขึ้น มาจากการเพิ่มขึ้นของหมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป 9.2% ได้แก่ ทองคำ ตามความต้องการสำรองทองคำของธนาคารกลางหลายแห่ง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ อุปกรณ์ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ตามความต้องการชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI และคอมพิวเตอร์ และสินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ ตามความต้องการนำเข้าโลหะเพื่อผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและยานยนต์เป็นสำคัญ
หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค เพิ่ม 6.5% ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม และเครื่องประดับอัญมณี ตามความต้องการนำเข้าสินค้าเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ หมวดสินค้าทุน เพิ่ม 4.2% ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเครื่องมือ เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การทดสอบ ตามความต้องการสินค้าเพื่อใช้ในการลงทุน โดยเฉพาะภาคการผลิตและบริการ และหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง เพิ่ม 1.2% โดยเฉพาะส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกเป็นหลัก ขณะที่หมวดสินค้าเชื้อเพลิง ลด 11.1% จากราคาน้ำมันดิบเป็นสำคัญ เนื่องจากสต๊อกน้ำมันดิบและอุปทานที่ล้นตลาด รวมถึงความต้องการชะลอตัว
นายนันทพงษ์กล่าวว่า ดัชนีราคาส่งออกและดัชนีราคานำเข้า ปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2568 แต่อาจเติบโตอย่างช้า ๆ ตามการขยายตัวอย่างจำกัดของสินค้าบางกลุ่ม โดยปัจจัยที่ยังสนับสนุนให้ดัชนีขยายตัว ได้แก่ ความต้องการบริโภคอาหารและสินค้าเกษตรแปรรูปยังขยายตัวต่อเนื่อง สินค้าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีดิจิทัล และพลังงานสะอาดยังเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลก และต้นทุนการผลิตของสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น อาทิ ทองแดง อะลูมิเนียม และหน่วยความจำ (DRAM)
ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าหลัก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อในหลายภูมิภาค ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า และมาตรการภาษีของประเทศคู่ค้าสำคัญ ราคาสินค้าเกษตรสำคัญบางกลุ่ม ยังเผชิญกับปัญหาอุปทานส่วนเกิน และการแข่งขันทางด้านราคา ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มลดลงหรืออยู่ในระดับต่ำ จากการปรับเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ผลิตหลัก และการแข็งค่าของเงินบาท

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

