​“ศุภจี”ถกสิงคโปร์ ร่วมมือความมั่นคงอาหาร การค้าดิจิทัล ตลาดคาร์บอนเครดิต

img

“ศุภจี”ถกเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ เดินหน้าร่วมมือความมั่นคงอาหารแนวใหม่ ร่วมมือเศรษฐกิจดิจิทัล ผลักดันการเจรจาความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ให้จบภายใน เม.ย.69 สร้างโอกาสค้าขายให้กับ SME และส่งเสริมตลาดคาร์บอนเครดิต
         
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้พบกับ น.ส.แคเธอริน หว่อง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ประจำประเทศไทย โดยได้หารือความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารแนวใหม่ เร่งสรุปเจรจาการค้าดิจิทัลอาเซียน และส่งเสริมความร่วมมือในสาขาศักยภาพ อาทิ ความมั่นคงด้านพลังงาน และการซื้อขายคาร์บอนเครดิต เพื่อขยายโอกาสทางการค้า การลงทุน และเสริมสร้างการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่สำคัญระหว่างกัน

โดยไทยได้เสนอโมเดลความมั่นคงทางอาหารระหว่างไทยกับสิงคโปร์ โดยชวนสิงคโปร์เป็นพันธมิตรร่วมกันสร้างความเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตร และอาจให้ภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วม โดยมีภาครัฐนำ รวมทั้งอาศัยบทบาท Trading Hub ของสิงคโปร์ขยายสู่ตลาดโลก ซึ่งจะเป็นการต่อยอดความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารระหว่างไทย–สิงคโปร์ ให้เกิดประโยชน์ร่วมกันตามข้อตกลงระหว่างกระทรวงพาณิชย์ของไทยกับกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์
         


ทั้งนี้ ไทยและสิงคโปร์ยังจะสนับสนุนกันและกันในด้านเศรษฐกิจดิจิทัล โดยจะร่วมกันผลักดันการเจรจาความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ที่คืบหน้าไปกว่า 83% ให้สามารถสรุปผลได้ภายในเดือน เม.ย.2569 ซึ่งจะทำให้อาเซียนมีมาตรฐานการค้าดิจิทัล สร้างสภาพแวดล้อมและความเชื่อมั่นในการใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ SME ในการทำธุรกรรมข้ามพรมแดนภายในอาเซียนให้มากขึ้น โดยสิงคโปร์ยินดีเข้าร่วมเป็นสมาชิกความตกลง เพื่อเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย และเพิ่มโอกาสการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการส่งเสริมผู้ประกอบการ และการอำนวยความสะดวกด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของไทยกับประเทศสมาชิก DEPA ได้แก่ สิงคโปร์ ชิลี นิวซีแลนด์ และเกาหลีใต้ และประเทศสมาชิกใหม่ในอนาคต  
         
ขณะเดียวกัน สิงคโปร์ได้ชื่นชมบทบาทเชิงรุกของไทยในการพัฒนาตลาดการซื้อขายคาร์บอนเครดิต โดยเฉพาะการลงนามข้อตกลงภาคสมัครใจว่าด้วยการถ่ายโอนผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างกันภายใต้ความตกลงปารีส เมื่อเดือน ส.ค.2568 ซึ่งจะเป็นกรอบสำคัญในการจัดทำกระบวนการซื้อขายคาร์บอนเครดิตระหว่างไทยกับสิงคโปร์ รวมถึงการกำหนดประเภทกิจกรรมที่ได้รับการรับรอง โดยสิงคโปร์มีแผนจะนำคณะนักธุรกิจเข้ามาเจรจาจับคู่ทางธุรกิจ เพื่อเร่งรัดให้เกิดโครงการแรกโดยเร็ว และทั้งสองฝ่ายยังเชื่อมั่นว่าจะช่วยยกระดับความร่วมมือด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero ของไทยและสิงคโปร์ภายในปี 2593 ตลอดจนจะร่วมมือกันด้านพลังงานทางเลือกและความมั่นคงทางพลังงานในอาเซียน (ASEAN Power Grid)
         
สิงคโปร์เป็นคู่ค้าลำดับ 3 ของไทยในอาเซียนและอันดับ 9 ในโลก ภาพรวมการค้าสองฝ่ายในปี 2568 มีมูลค่ารวม 19,658.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.75% ไทยส่งออก 12,045.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 16.21% ขณะที่การนำเข้าจากสิงคโปร์ มูลค่า 7,613.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.08% สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออก ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป สินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ และแผงวงจรไฟฟ้า ขณะที่สินค้านำเข้าจากสิงคโปร์ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ เคมีภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช และแผงวงจรไฟฟ้า

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง