กรมพัฒนาธุรกิจการค้าโชว์ผลงานไตรมาสสุดท้ายปี 68 จัดการนอมินี-บัญชีม้า ส่ง บก.ปอศ. ดำเนินการ 11 ราย ส่ง ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงิน 357 ราย ลงพื้นที่ตรวจเชิงลึก 12 ครั้ง ดึงนักบัญชี สำนักงานบัญชี ช่วยสกัดการจดบริษัทเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง เผยปี 69 เพิ่มความเข้ม ใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ความเสี่ยง ใช้กฎหมายเข้มข้น คัดกรองกลุ่มเสี่ยงบัญชี HR-03 และผู้ถือบัตรคนจนมาจดทะเบียน ลุยตรวจบัญชี งบการเงินกลุ่มเสี่ยง และการถือครองที่ดิน อสังหาริทรัพย์ รวม 26,013 ราย
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการป้องกันและปราบปรามนอมินีบัญชีม้า ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญที่กำลังบิดเบือนโครงสร้างทางเศรษฐกิจและส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2568 (ต.ค.-ธ.ค.) ว่า ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 กรมได้ขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วนตามนโยบาย Quick Big Win ของกระทรวงพาณิชย์ โดยพุ่งเป้าตรวจสอบนิติบุคคลที่เข้าข่ายกระทำความผิด ได้แก่ ธุรกิจค้าเหล็ก สำนักงานบัญชี ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจขนส่ง ซึ่งได้ส่งเรื่องให้ บก.ปอศ. ดำเนินการแล้ว 11 ราย และส่งข้อมูลนิติบุคคลขนาดใหญ่ที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง พร้อมผู้ถือหุ้นคนไทยที่มีความเสี่ยงเป็นนอมินีให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน 357 ราย (พื้นที่กทม. 323 ราย และต่างจังหวัด 34 ราย)
ทั้งนี้ ยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึก 12 ครั้ง ในพื้นที่สำคัญ อาทิ สุราษฎร์ธานี (สำนักงานบัญชี/วิลล่าหรู) สมุทรปราการ (ค้าเหล็ก) ชลบุรี (โรงงานอุตสาหกรรม) กระบี่ (บริษัทนอมินี) ราชบุรี (ล้งมะพร้าว) กรุงเทพมหานคร (ตลาดสายใต้เซ็นเตอร์ ตรวจสอบที่ตั้งสำนักงานใหญ่) และเชียงใหม่ (ธุรกิจท่องเที่ยว)
ขณะเดียวกัน ได้ให้ความสำคัญกับนักบัญชีและสำนักงานบัญชีที่ถือเป็นต้นน้ำสำคัญของระบบธุรกิจไทยและมีความใกล้ชิดเกี่ยวข้องกับธุรกิจตั้งแต่การยื่นขอจดทะเบียนนิติบุคคล การจัดทำบัญชีหรืองบการเงินให้แก่ธุรกิจ และให้คำปรึกษาทางธุรกิจ โดยวันที่ 22 ธ.ค.2568 ได้จัดงานมหกรรมรวมพลังปราบนอมินี บัญชีม้า เสริมภูมินักบัญชีไทย รู้ทันธุรกิจผิดกฎหมาย โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักบัญชีเข้าร่วมงานถึง 1,625 ราย ซึ่งในงานดังกล่าวได้ดำเนินการสร้างเกราะความรู้และป้องกันไม่ให้ผู้ทำบัญชีตกเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพหรือให้ความร่วมมือในการกระทำผิดในอนาคต

ต่อมา วันที่ 16 ม.ค.2569 ได้ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรด้านบัญชี 8 แห่ง ประกอบด้วย สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมสำนักงานบัญชีคุณภาพ สมาคมสำนักงานบัญชีไทย สมาคมสำนักงานบัญชีและกฎหมาย สมาคมผู้สอบบัญชีภาษีอากรแห่งประเทศไทย สมาคมสำนักงานสอบบัญชีไทย สมาคมสำนักงานบัญชีตัวแทน (ประเทศไทย) และสมาคมนักบัญชีไทย ประกาศเจตจำนง “ไม่รับจดทะเบียน ไม่รับทำบัญชี ไม่สนับสนุนทุนเทา” เพื่อสื่อสารตรงไปยังสมาชิกนักบัญชีทั่วประเทศให้ช่วยกันสกัดกั้นทุนเทาและมิจฉาชีพ ซึ่งจะเป็นด่านแรกที่ช่วยสกัดกั้นธุรกิจที่มีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเฉพาะการใช้นอมินีบัญชีม้า และการจดทะเบียนอำพรางให้ชาวต่างชาติ
สำหรับการป้องกันและปราบปรามบัญชีม้า กรมได้เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกับศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) และใช้ข้อมูลรายชื่อบุคคลเสี่ยงสูง (HR-03) ของสำนักงาน ปปง. เป็นกลไกคัดกรองทั้งก่อนและหลังการจดทะเบียนนิติบุคคล เพื่อปิดช่องโหว่การจัดตั้งนิติบุคคลบัญชีม้า โดยผู้ที่มีรายชื่อใน HR-03 ต้องมาแสดงตนต่อหน้านายทะเบียนก่อนที่นายทะเบียนจะรับจดจัดตั้งนิติบุคคล
นายพูนพงษ์กล่าวว่า เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง พุ่งเป้าเชิงลึกมากยิ่งขึ้น กรมได้กำหนดแผนการดำเนินงานการป้องกันและปราบปรามนอมินีบัญชีม้า ปี 2569 โดยยกระดับการทำงานเชิงรุก พุ่งเป้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดมากขึ้น พร้อมใช้ระบบวิเคราะห์แนวโน้มพฤติกรรมของนิติบุคคล มาช่วยทำงานปราบปรามนอมินีบัญชีม้าให้แม่นยำ ครอบคลุม และตรงเป้ามากยิ่งขึ้น โดยจะเป็นเครื่องมือหลักในการคัดกรองนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงทั่วประเทศ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียน งบการเงิน และโครงสร้างผู้ถือหุ้น เพื่อระบุพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายนอมินีและบัญชีม้า
นอกจากนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค.2569 กรมได้เริ่มใช้มาตรการเข้มข้น 4 คำสั่ง 2 ประกาศ เพื่อปิดช่องโหว่ตั้งแต่ต้นทาง อาทิ คัดกรองการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ให้เข้มงวด ในกลุ่มผู้ที่มีรายชื่อบุคคลเสี่ยงสูง (HR-03) หรือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 13 ล้านราย ที่ต้องมาแสดงตัวตนและแสดงหลักฐานทางการเงินต่อหน้านายทะเบียน เพื่อยกระดับความโปร่งใสและลดโอกาสการแอบอ้าง การควบคุมการใช้ที่ตั้งซ้ำซ้อน และให้ผู้รับรองการจดทะเบียนต้องเห็นผู้ขอจดทะเบียนลงชื่อต่อหน้าจริงและยืนยันตัวตนผ่านระบบ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงกว่า 2,000 ราย
ส่วนการตรวจสอบเชิงลึก กำลังตรวจสอบบัญชีงบการเงิน และกลุ่มเสี่ยงนอมินีและกลุ่มบุคคลในบัญชีม้า HR-03 จำนวน 4,554 ราย และตรวจสอบการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ 21,459 ราย เพื่อสร้างระบบธุรกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม สกัดกั้นผู้ไม่สุจริต และเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย ให้สามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระบบเศรษฐกิจ โดยไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพและร่วมสร้างธุรกิจให้ขาวสะอาด

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

