​ไทยถกรัฐมนตรีการค้าคุยแนวทางประชุม WTO เรียกคืนความเชื่อมั่นผู้คุมกฎค้าโลก

img

“กิริฎา” ร่วมประชุมรัฐมนตรี 21 ประเทศ หารือแนวทางการประชุมรัฐมนตรีการค้า WTO ครั้งที่ 14 ช่วงปลายเดือน มี.ค.69 เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นในฐานะผู้ควบคุมกฎเกณฑ์ทางการค้าโลก หนุนรับรองความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกการลงทุนเพื่อการพัฒนา ต่ออายุยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าส่งผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ปฏิรูปองค์กร WTO ไทยดันเรื่องเกษตร ความมั่นคงอาหาร ขึ้นโต๊ะเจรจาด้วย
         
ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีองค์การการค้าโลก (WTO) อย่างไม่เป็นทางการ (Informal WTO Ministerial Meeting) ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า นาย Guy Parmelin ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส ได้เชิญรัฐมนตรีการค้าของประเทศที่มีบทบาทสำคัญใน WTO กว่า 21 ราย เช่น สหรัฐฯ สหภาพยุโรป จีน ญี่ปุ่น แอฟริกาใต้ แคเมอรูน ซาอุดิอาระเบีย สิงคโปร์ และไทย เข้าร่วมหารือแนวทางผลักดันให้ WTO บรรลุผลลัพธ์สำคัญอย่างเป็นรูปธรรมในการประชุมรัฐมนตรีการค้า WTO ครั้งที่ 14 (MC14) ที่จะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือน มี.ค.2569 ณ กรุงยาอุนเด ประเทศแคเมอรูน เพื่อให้ WTO ซึ่งเป็นหัวใจของระบบการค้าพหุภาคีสามารถเรียกคืนความเชื่อมั่นจากประชาคมโลกในฐานะผู้ควบคุมกฎเกณฑ์ทางการค้าโลกที่เป็นธรรม และก้าวทันบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
         
โดยการประชุมได้พยายามหาทางออกร่วมกัน (landing zones) ในประเด็นสำคัญของ WTO ที่สอดคล้องกับสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศในปัจจุบัน ซึ่งไทยสนับสนุนการจัดทำความตกลงหลายฝ่าย (plurilateral agreements) เพื่อให้มีกฎเกณฑ์รองรับประเด็นการค้าใหม่ ๆ เช่น ความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกการลงทุนเพื่อการพัฒนา (Investment Facilitation for Development Agreement) ที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และประเทศต่าง ๆ รวมทั้งไทยสนับสนุนให้ผนวกความตกลงดังกล่าวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ WTO โดยไทยเห็นว่าความตกลงจะช่วยให้การลงทุนโดยตรงระหว่างกันทำได้ง่ายขึ้น และผลประโยชน์จากความตกลงจะขยายรวมถึงประเทศที่ไม่ได้เข้าร่วมเป็นภาคีความตกลงด้วย จึงไม่ทำให้เกิดการแบ่งแยกระหว่างประเทศที่เข้าร่วมความตกลงกับประเทศที่ไม่ได้เข้าร่วม อีกทั้งจะช่วยส่งเสริมระบบการค้าพหุภาคีให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ หลายประเทศยังสนับสนุนการต่ออายุการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับการส่งผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (moratorium on customs duties on electronic transmission) เนื่องจากเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยสร้างความแน่นอนทางการค้า และนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมด้านดิจิทัล ซึ่งสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร นิวซีแลนด์ และเกาหลีใต้ สนับสนุนให้ยกเว้นเป็นภาษีดังกล่าวเป็นการถาวร ขณะที่จีน และแอฟริกาใต้ สนับสนุนการขยายเวลายกเว้นออกไปอีก 2 ปี โดยไทยได้เสนอให้ต่ออายุการยกเว้นภาษีต่อไป และให้ทบทวนผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นระยะ ควบคู่กับการให้ความช่วยเหลือเพื่อสร้างศักยภาพทางดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซแก่ประเทศกำลังพัฒนา เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากการยกเว้นการเก็บภาษีได้อย่างแท้จริง ซึ่งไทยเชื่อว่าสมาชิกทั้งหมดจะยอมรับข้อเสนอนี้ได้ร่วมกัน



ดร.กิริฏากล่าวว่า เนื่องจากกฎเกณฑ์การค้าโลกที่จัดทำขึ้นเมื่อตอนก่อตั้ง WTO ในปี 2538 ไม่สอดคล้องกับบริบทการค้าโลกในปัจจุบันอีกต่อไป จึงทำให้ WTO ไม่สามารถตอบสนองและไม่มีผลการดำเนินงานที่ชัดเจนในหลายประเด็น จนกระทบต่อความน่าเชื่อถือของ WTO ดังนั้น ในการประชุมครั้งนี้ ประเทศต่าง ๆ จึงเห็นพ้องให้รัฐมนตรีการค้าหารือประเด็นการปฏิรูป WTO อย่างเข้มข้นในการประชุม MC14 และจัดทำแผนการดำเนินงาน (work plan) ให้เริ่มกระบวนการปฏิรูป WTO ได้ทันทีภายหลัง MC14

“ไทยเห็นว่าการปฏิรูป WTO เป็นสิ่งจำเป็น โดยมีมิติด้านการพัฒนาของประเทศสมาชิกเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการดังกล่าว เนื่องจากสมาชิกแต่ละรายมีบริบททางเศรษฐกิจ สังคม และการค้าแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่น (Special and Differential Treatment) และการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคแก่ประเทศกำลังพัฒนา เพื่อพัฒนาศักยภาพให้ทัดเทียมกับประเทศอื่น ๆ และแข่งขันการค้ากันได้อย่างเท่าเทียม ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และนิวซีแลนด์เห็นว่าต้องทบทวนหลักการสำคัญของ WTO เรื่องปฏิบัติด้านการค้ากับทุกประเทศอย่างเท่าเทียม (Most Favoured Nation: MFN) เพื่อให้มั่นใจว่าการค้าระหว่างสมาชิกมีความสมดุล และเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง”

นอกจากนี้ ไทยได้ใช้เวทีดังกล่าวเน้นย้ำประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญ คือ การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร เพื่อผลักดันให้การเจรจาเกษตรภายใต้ WTO มีความคืบหน้า และเป็นหนึ่งในผลการประชุมที่สำคัญของ MC14 ด้วย

ปัจจุบัน ระบบการค้าโลกที่มี WTO เป็นแกนกลาง กำลังเผชิญความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี นับตั้งแต่การก่อตั้ง จึงเป็นที่จับตาว่า การประชุม MC14 ที่กำลังจะเกิดขึ้น จะมีผลลัพธ์ที่นำไปสู่การปรับปรุงองค์กร WTO ได้อย่างไร โดยในส่วนของไทย จะร่วมผลักดันการปฏิรูป WTO เพื่อรักษาระบบการค้าโลกที่เป็นธรรม คาดหมายได้ มีความเข้มแข็งแต่ยืดหยุ่นเพียงพอสำหรับสถานการณ์ทางการค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคต พร้อมทั้งจะผลักดันประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ของไทยให้มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง