​“พาณิชย์”ถกบอร์ดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ครั้งแรก ทำแผน 5 ปี ผลักดันอี-คอมเมิร์ซไทย ตั้งเป้าเพิ่มยอดค้าขายเป็น 5 ล้านล้านปี 64

img

“พาณิชย์”นัดประชุมคณะกรรมการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ครั้งแรก ทำแผนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ 5 ปี ตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการค้าออนไลน์ทั้งระบบเพิ่มเป็น 5 ล้านล้านบาทในปี 64 เฉพาะ B2C เพิ่มเป็น 9 แสนล้านบาท พร้อมวาง 4 ยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อน เน้นการพัฒนาผู้ประกอบการ ยกระดับระบบการชำระเงิน โลจิสติกส์ เพิ่มปัจจัยสนับสนุนทั้งฐานข้อมูล แหล่งเงินทุน และการกำกับดูแล
         
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 16 ส.ค.2560 กระทรวงพาณิชย์ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นครั้งแรก เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างแผนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติระยะ 5 ปี (ปี2560-2564) โดยได้กำหนดเป้าหมายที่จะผลักดันมูลค่าการค้าออนไลน์ของไทยทุกรูปแบบ (B2B , B2C และ B2G) ที่มีประมาณ 2.52 ล้านล้านบาทในปี 2559 ให้เพิ่มเป็น 5 ล้านล้านบาทในปี 2564 หรือเพิ่มขึ้น 100% เฉลี่ยปีละ 20% และเฉพาะการค้าแบบ B2C (ธุรกิจสู่ผู้บริโภค) ตั้งเป้าเพิ่มจาก 4.75 แสนล้านบาท เป็น 9 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 100% เช่นเดียวกัน
         
“ปัจจุบันมูลค่าการค้าผ่านอี-คอมเมิร์ซของไทย โดยเฉพาะรูปแบบ B2C มีมูลค่า 4.75 แสนล้านบาท ถือเป็นมูลค่าสูงที่สุดในประเทศอาเซียน คิดเป็นสัดส่วน 27% ของมูลค่าในอาเซียนทั้งหมด และยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปช่วยเหลือและผลักดันให้มีผู้ประกอบการที่ค้าขายออนไลน์เพิ่มจำนวนมากขึ้น เพราะจากตัวตัวเลขที่สำรวจได้มี SMEs แค่ 5 แสนราย ที่ค้าขายออนไลน์เป็น จากจำนวน SMEs ที่มีอยู่ในระบบทั้งหมดกว่า 2 ล้านราย ซึ่งสามารถเพิ่มจำนวนได้อีกมาก”นางอภิรดีกล่าว
         
นางอภิรดีกล่าวว่า สำหรับแนวทางการทำงานภายใต้แผนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ ได้กำหนดยุทธศาสตร์การทำงานไว้ 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ การเสริมสร้างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซ , เสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำอี-คอมเมิร์ซ และอำนวยความสะดวกทางการค้าสู่สากล , เพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพปัจจัยสนับสนุน และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อและผู้ขาย
         
ทั้งนี้ ในด้านการพัฒนาผู้ประกอบการ จะเร่งพัฒนาผู้ประกอบการในระดับฐานราก ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการท้องถิ่น ให้ค้าขายออนไลน์เป็น และพัฒนาผู้ประกอบการรายเดิมให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น และขยายไปจนถึงการส่งออก รวมถึงจะช่วยพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และพัฒนาแพกเกจจิ้งสินค้าให้ดึงดูด และรองรับการขนส่ง
         
ในด้านการสร้างสภาพแวดล้อม จะเน้นการยกระดับการชำระเงินที่ปลอดภัย เพื่อลดต้นทุนด้านการชำระเงินให้กับผู้ซื้อและผู้ขาย เพิ่มช่องทางการชำระเงินให้สะดวกมากขึ้น และส่งเสริมให้มีผู้ให้บริการชำระเงินใหม่ๆ ขณะเดียวกัน จะเชื่อมต่อระบบการชำระเงินกับสากล เพื่อให้มีความสะดวกในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ส่วนในด้านโลจิสติกส์ จะส่งเสริมให้มีบรรจุภัณฑ์ที่รองรับการขนส่ง เพิ่มจำนวนผู้ประกอบการขนส่ง และเชื่อมโยงเครือข่ายโลจิสติกส์ ทั้งในและต่างประเทศ
         
ในด้านการพัฒนาปัจจัยสนับสนุน จะสร้างหลักสูตรให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการที่ทันสมัย จัดทำคลังข้อมูลการชำระเงิน การขนส่ง แนวโน้มตลาด และส่งเสริมให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุน และพัฒนาการระดมทุนในรูปแบบต่างๆ ผลักดันให้กองทุนหมู่บ้านประกอบธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ จัดทำมาตรการจูงใจให้ต่างชาติเข้ามาทำงานในสาขาที่ขาดแคลน และปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค
         
ในด้านการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อและผู้ขาย จะผลักดันให้มีการลงทะเบียนในช่องทางการซื้อขายออนไลน์ เพื่อให้ตรวจสอบความมีตัวตนได้ และเร่งสร้างกลไกคุ้มครองผู้บริโภค โดยเชื่อมโยง Call Center ให้เป็นเบอร์เดียว จากปัจจุบันที่มีหลายหน่วยงานรับเรื่อง ทั้ง สคบ. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงพาณิชย์ โดยการแก้ไขปัญหาจะต้องเน้นไปที่ความรวดเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค 
 

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง