​“ศุภจี”ไม่ได้หายไปไหน

img

ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีไวรัลหนึ่งบนโลกโซเชียลมีเดีย “ศุภจีหายไปไหน” จนเกิดกระแสผู้คนตามหาตัวกันให้ควัก

ต่อมานางศุภจีโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “ศุภจี สุธรรมพันธุ์ - Suphajee Suthumpun” ว่า “ศุภจีไม่ได้หายไปไหน ศุภจีแค่ทำงานค่ะ” พร้อมชี้แจงต่อว่า ทีมกระทรวงพาณิชย์ทำงานหนัก ทั้งเรื่องค่าครองชีพ ราคาพืชผลเกษตร ดูแล SME การค้าระหว่างประเทศ การปราบปรามนอมินี

ขณะที่เพจ “กระทรวงพาณิชย์” ได้ออกมาโฟสต์ว่า “อยากรู้ว่า “ศุภจีหายไปไหน” ติดตามได้ในเพจกระทรวงพาณิชย์ทุกวัน  

จากนั้น “นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย” ยืนยันว่า “ศุภจีไม่มีหาย” และเจ้าตัวก็ตอบนักข่าวช่วงที่เป็นกระแสว่า “พี่แต๋มอยู่นี่ ก็อยู่นี่ไงคะ
         
ด้าน “นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์” ก็วิ่งรอกออกสื่อหลายสำนัก ยืนยัน “ไม่ได้หายไปไหน แต่รัฐมนตรีทำงานหนักต่อเนื่อง

โดยชี้แจงถึงแนวทางการทำในช่วงที่ผ่านมา ว่า ได้ทำอะไรไปบ้าง แก้ปัญหาอย่างไร และแต่ละปัญหามีความคืบหน้าแค่ไหน ทั้งปัญหาที่รู้ว่ากำลังจะเกิด หรือปัญหาเฉพาะหน้า
         
พร้อมยกตัวอย่างให้เห็น “ทุเรียน” ได้สั่งการตั้งแต่ก่อนเปิดฤดูกาล ให้หาตลาดล่วงหน้า ไปเคลียร์ปัญหาเรื่องด่านต่าง ๆ จัดกิจกรรมกระตุ้นการบริโภคทั้งในและต่างประเทศ
         
มะพร้าวน้ำหอม” ได้สั่งการให้เข้าไปช่วยดึงผลผลิตออกจากแหล่งผลิต และระบายผ่านช่องทางต่าง ๆ สนับสนุนให้มีการจัดตั้งล้งกลาง หรือล้งชุมชนที่วันนี้เกิดขึ้นแล้ว มีการเข้าไปจัดการปัญหานอมินี ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการกดราคา รวมไปถึงแก้ปัญหามะพร้าวน้ำหอมปลอมปน
         
มะพร้าวแกง” ได้สั่งการให้นำผู้ประกอบการ เข้าไปรับซื้อมะพร้าวจากเกษตรกร เชื่อมโยงระบายผลผลิตเข้าสู่โรงงาน และขอความร่วมมือให้โรงงานชะลอการนำเข้าและให้ซื้อผลผลิตในประเทศก่อน
         


กุ้ง” ได้สั่งการให้เร่งหาตลาดรองรับทันทีที่มาเลเซียระงับการส่งออกจากไทย มีการจัดกิจกรรมกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ดึงโรงงานเข้ามารับซื้อ และผลักดันการส่งออก
         
ค่าครองชีพ” ได้สั่งการให้กำกับดูแลราคาสินค้า ตั้งแต่ช่วงเกิดสงคราม อย่าให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคา หรือถ้าจำเป็นต้องขึ้น ก็ให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด และมีโครงการ “ไทยช่วยไทย” มีสินค้า “ธงฟ้า” นำสินค้าราคาถูกมาจำหน่าย เพื่อลดค่าครองชีพ และมี “ปุ๋ยธงเขียว” ลดภาระให้กับเกษตรกร 
         
โฆษกกระทรวงพาณิชย์ อธิบายสิ่งที่นางศุภจีทำว่า ทำในฐานะผู้กำกับนโยบาย เมื่อสั่งการแล้ว ก็ให้อธิบดีรับผิดชอบไปดำเนินการ แล้วรอติดตามผล แค่ไม่ได้ออกมาอธิบายเอง
         
ซึ่งสอดคล้องกับที่นางศุภจี ยอมรับว่า นายกรัฐมนตรีเคยเตือน ทำงานอย่างเดียวไม่พอ ต้องสื่อสารให้ประชาชนรับรู้ด้วย

ก่อนบอกอีกว่า ไม่ได้หายไปไหน แต่ช่วงที่ผ่านมา ให้ความสำคัญกับการทำงานหน้างานมากกว่า เพราะแต่ละวันมีภารกิจหนาแน่น ต้องรับมือวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งสงคราม ค่าครองชีพ สินค้าเกษตร และการเจรจาการค้าในมิติภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน

นอกจากนี้ อาจเกิดจากประชาชนยังไม่เห็นผลลัพธ์ของงาน หรือเป็นเพราะตนถูกคาดหวังไว้สูง เมื่อผลงานยังไม่ปรากฏชัดในสายตาสังคม จึงเกิดคำถามตามมา และยอมรับว่าต้องปรับปรุงการสื่อสาร ต้องทำไปพูดไป ไม่ใช่รอให้เกิดผลก่อน แล้วถึงจะมาพูด

ผู้เขียน” ได้มีโอกาสรับฟังนางศุภจีพูด ถึงสิ่งที่กำลังจะทำนับจากนี้ไป พบว่า มีหลาย ๆ เรื่อง ที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ประชาชน และผู้ประกอบการ 

เรื่องราคาสินค้า นางศุภจีสั่งการให้ติดตามดูว่า เมื่อต้นทุนพลังงาน ต้นทุนค่าขนส่งลดลงแล้ว สินค้าที่เคยได้รับผลกระทบจากต้นทุนเหล่านี้ และมีการปรับขึ้นราคาไปแล้ว ก็ต้องปรับลดลง และมีอะไรบ้าง



เรื่องสินค้าราคาถูก ที่อยู่ในโครงการไทยช่วยไทย สินค้าธงฟ้า ปุ๋ยธงเขียว ยืนยันว่า จะยังดำเนินการต่อ เพื่อเป็นทางเลือกในการซื้อสินค้าราคาประหยัดให้กับคนไทยและเกษตรกรไทย

เรื่องอาหารปรุงสำเร็จ (จานด่วน) ที่ปัจจุบันเป็นภาระต่อค่าครองชีพของประชาชน กำลังต่อยอดโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ด้วยเปิดรับสมัครร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการที่มีอยู่ประมาณ 2.5 แสนร้าน ให้มาร่วมโครงการกับกระทรวงพาณิชย์ จะได้รับเงินช่วยเหลือด้านวัตถุดิบ เพื่อให้ขายได้เมนูละ 40 บาท และกำลังพิจารณาวงเงินว่าจะสนับสนุนเท่าไร ตั้งเป้านำร่อง 1 แสนร้าน ระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือน น่าจะเริ่มได้เดือน ส.ค.2569 เป็นช่วงที่ไทยช่วยไทย พลัส เข้าสู่เดือนที่ 3 พอดี

เรื่องการสร้างอาชีพ ได้เปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์ สร้างอาชีพ พลัส” เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ประชาชน ผู้ประกอบการที่อยากมีอาชีพ สร้างรายได้ สามารถเลือกซื้อแฟรนไชส์ โดยรัฐช่วยค่าแพกเกจแรกเข้าให้ครึ่งหนึ่ง หรือสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท มีทำเลค้าขายให้ที่ห้างโลตัส แม็คโคร ได้ยกเว้นค่าเช่า 6 เดือน หรือที่ตลาดกว่า 100 แห่ง ส่วนคนที่ไม่มีเงินทุน ก็มีสถาบันการเงินสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษให้
         
นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายเรื่องที่นางศุภจีกำลังเตรียมการ มีเป้าหมายดูแลเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบการ SME โดยจะขอใช้งบประมาณจากงบกลาง หรือจากเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ซึ่งนางศุภจีพูดไว้ชัดเจนว่า หากมีความคืบหน้า ก็จะมาชี้แจงเรื่อย ๆ
         
ก่อนปิดท้าย ย้ำว่า นับจากนี้ จะทำงานไปพูดไป บอกสิ่งที่กำลังทำ จะไม่รอให้เกิดผลสำเร็จก่อน แล้วถึงมาบอก จะเป็นการปรับเรื่องการสื่อสาร เพื่อทำความเข้าใจถึงเกษตรกร ประชาชน และภาคธุรกิจ เพื่อให้รู้ว่า กระทรวงพาณิชย์กำลังทำอะไรอยู่ และผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้รับผลประโยชน์อย่างไร  
         
เห็นด้วย มาถูกทางแล้ว
 
ซีเอ็นเอ

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง