กขค.เปิดรับฟังความเห็นการเก็บค่า GP เรียกรถ ส่งของ กันแพลตฟอร์มโขกถี่ยิบ

img

คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดรับฟังความคิดเห็นประกาศ การกำกับโครงสร้างอัตราค่าบริการเรียกรถ ส่งของ วันที่ 21 ต.ค.นี้ เตรียมคุมโครงสร้างค่าธรรมเนียม (GP) ว่ามีอะไรบ้าง คิดจากอะไร ป้องกันขึ้นราคาถี่ยิบ เอาเปรียบไรเดอร์ ร้านอาหาร รับอึดอัด ขัดข้องใจที่สุด ถึงต้องเร่งทำ เผย 3 รายใหญ่ แกร็บ ไลน์แมน และโบลท์ โดนแน่ ส่วนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Shopee , Lazada และ TikTok ก็ไม่รอด

นางวรวรรณ ชิตอรุณ กรรมการการแข่งขันทางการค้า เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า จะเปิดรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง การกำกับโครงสร้างอัตราค่าบริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการเรียกรถขนส่งสาธารณะ และประเภทบริการจัดส่งตามอุปสงค์ พ.ศ. ... ในวันที่ 21 ต.ค.2569 หลังจากที่ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากไรเดอร์และร้านอาหาร และได้มีการยกร่างประกาศเป็นที่เรียบร้อย และคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ได้เห็นชอบประกาศดังกล่าวแล้ว โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็น 30 วันถึงวันที่ 20 พ.ย.2569 ก่อนที่จะรวบรวมความคิดเห็นเสนอให้ กขค. พิจารณาในวันที่ 23 พ.ย.2569 เพื่อให้ความเห็นชอบและปรับแก้ไขประกาศให้เหมาะสม ก่อนส่งฝ่ายกฎหมายตรวจทานกำหนดไว้ไม่เกิน 30 พ.ย.2569 จากนั้นจะเสนอให้ประธาน กขค. ลงนามในวันที่ 4 ธ.ค.2569 และส่งลงราชกิจจานุเบกษา และบังคับใช้เลย ไม่น่าจะเกิน 18 ธ.ค.2569

โดยรายละเอียดของประกาศดังกล่าว จะเป็นการกำหนดโครงสร้างค่าธรรมเนียม (GP) ว่ามีอะไรบ้าง องค์ประกอบอะไร คิดมาจากอะไร การปรับขึ้นแต่ละครั้ง มาจากอะไร แต่ไม่ใช่การกำหนดราคา ยกตัวอย่างเช่น ค่ารถมอเตอร์ไซค์ มาจากต้นทุนน้ำมัน รถใหญ่ รถเล็ก ก็ต่างกัน วิ่งกลางวัน กลางคืน ก็ต่างกัน ส่วนแพลตฟอร์ม ถ้าไม่ขยายแพลตฟอร์มแล้วบอกต้นทุนขึ้น แล้วขึ้นค่า GP หรือค่า Transaction เพิ่ม แล้วมาขึ้น ก็ต้องชี้แจงได้ หรือบอกเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ ก็ต้องบอกให้ได้ เอาหลักฐานมาดู
         


สำหรับการบังคับใช้ จะบังคับใช้เฉพาะรายใหญ่ ที่มายอดขายตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป และผู้ที่มีอำนาจเหนือตลาด ส่วนแพลตฟอร์มรายกลาง รายเล็ก ยังไม่เข้าไปกำกับ เพื่อให้มีผู้เล่นเข้าสู่ตลาดมากขึ้น และทำให้การแข่งขันเป็นไปอย่างเสรี และนอกจากจะดูค่า GP แล้ว จะดูเรื่องการดัมป์ราคา GP ด้วย เหมือนที่เคยเกิดขึ้น มีการดัมป์ราคา จนทำให้คู่แข่งในตลาดล้มหายตายจาก เช่น ฟู้ด แพนด้า และโรบินฮูด ที่ตายไปแล้ว ทั้งนี้ จากการตรวจสอบแพลตฟอร์มเรียกรถ ส่งของ พบว่า มี 14-15 ราย แต่รายที่ 1 และ 2 กินส่วนแบ่งไปแล้ว 90% ที่เหลือรายละ 1-2%
         
“ที่ กขค. เข้ามาทำเรื่องนี้ เพราะเห็นว่า ระบบการทำธุรกิจไม่เป็นธรรม เก็บค่า GP ไม่เป็นธรรม แพลตฟอร์มเก็บทั้งฝั่งไรเดอร์ และฝั่งร้านอาหาร กินสองเด้ง แล้วยังมีงานพ่วง ที่ให้ไรเดอร์วิ่งรับอาหารตามเส้นทาง ร้านอาหาร ก็จ่ายค่า GP ทุกร้าน แพลตฟอร์มได้ทุกร้าน แต่ไรเดอร์ ได้ครั้งเดียว ยังดีที่ได้ค่ารอ และยังมีเรื่องเปิดระบบรับงาน ถ้าเปิดไว้ 8 ชั่วโมง จะได้เงินเพิ่ม แต่พอถึง 7 ชั่วโมงครึ่ง ระบบจะตัดไม่ให้ไรเดอร์เห็นหรือรับงานได้ เพราะเขาไม่อยากจ่าย เป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรม ที่จะต้องเจาะต่อ แต่ GP เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน เพราะตอนที่เราทำโฟกัส กรุ๊ป ทุกคนบอกเลยเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อึดอัดขัดข้องใจที่สุดแล้ว ก็ดึงอันนี้มาทำก่อน”นางวรวรรณกล่าว
         
ทั้งนี้ เรื่อง GP เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเรื่องร้องเรียนที่ส่งเข้ามายัง กขค. ทั้งจากไรเดอร์และร้านอาหาร ประมาณ 90% เป็นเรื่อง GP หมดเลย มีเรื่องงานพ่วงบ้าง รวมแล้ว 37 เรื่อง โดยแพลตฟอร์มอยู่ดี ๆ ก็ขึ้น ขึ้นเท่าไรก็ได้ตามใจเขา ไม่อธิบายเหตุผลด้วย เท่าที่ตรวจสอบ ตั้งแต่ เม.ย.-ส.ค.2569 ขึ้นไปแล้ว 8 รอบ โดยทุกเรื่องกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา เพราะเรื่องเพิ่งถูกส่งเข้ามา บางคนก็ไม่รู้ว่าจะไปร้องเรียนที่ไหน และไม่รู้ว่าจะทำยังไง
         
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแพลตฟอร์มรายใหญ่ที่จะต้องชี้แจงรายละเอียดค่า GP กับ กขค. ได้แก่ แกร็บ ไลน์แมน และโบลท์ และยังจะมีการใช้มาตรา 60 ของ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 บังคับไปถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น Shopee , Lazada และ TikTok ด้วย เพราะมีการตรวจสอบพบว่า มีการขึ้นค่า GP ถี่มาก โดย Shopee ตั้งแต่ปี 2565-ปัจจุบัน ขึ้นไปแล้ว 10 ครั้ง ขึ้นรวม 433% และ Lazada ขึ้น 7 ครั้ง ขึ้นรวม 367% ส่วน TikTok กำลังตรวจสอบ

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง