กรมทรัพย์สินทางปัญญาชวนทำความรู้จัก 2 สินค้า GI เครื่องเทศโบราณ “มะแขว่นเชียงใหม่” จากจังหวัดเชียงใหม่ และ “พริกไทยสุไหงอุเป” จากจังหวัดสตูล ที่เพิ่งได้รับการขึ้นทะเบียนไปเมื่อเดือน ส.ค.69 ที่ผ่านมา เผยเป็นสินค้าท้องถิ่น ที่มีอัตลักษณ์ เป็นเครื่องเทศคุณภาพ สามารถนำใช้ต่อยอดสู่ตลาดอาหารและผลิตภัณฑ์แปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มได้
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมขอเชิญชวนให้ทำความรู้จัก 2 สินค้าเครื่องเทศโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เมื่อเดือน ส.ค.2569 ที่ผ่านมา ได้แก่ “มะแขว่นเชียงใหม่” จากจังหวัดเชียงใหม่ และ “พริกไทยสุไหงอุเป” จากจังหวัดสตูล ซึ่งต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะจากสายพันธุ์ สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และภูมิปัญญาการผลิตในแต่ละพื้นที่ สะท้อนศักยภาพของสินค้าเกษตรไทยที่สามารถใช้ทรัพย์สินทางปัญญาสร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่า และต่อยอดสู่ตลาดอาหารและผลิตภัณฑ์แปรรูปได้
สำหรับมะแขว่นเชียงใหม่ เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ชาวล้านนาใช้ประโยชน์และสืบทอดภูมิปัญญาการผลิตมายาวนานกว่า 100 ปี ปลูกในบริเวณไหล่เขาหรือพื้นที่สูงชันที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 800–1,200 เมตร อากาศค่อนข้างเย็น มีความชื้นสูง ดินมีความเป็นกรดและระบายน้ำได้ดี ส่งผลให้มะแขว่นมีรสเผ็ดร้อนและกลิ่นหอมแรงเป็นเอกลักษณ์ โดยมะแขว่นเชียงใหม่จะมีผลทรงกลม เปลือกขรุขระ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีแดง และเมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีดำอมน้ำตาลและปริแตกออกเป็นสองซีก ภายในมีเมล็ดสีดำเป็นมัน นิยมใช้เป็นเครื่องเทศในอาหารพื้นเมืองภาคเหนือ ช่วยดับกลิ่นคาวของอาหารและเพิ่มรสชาติของอาหารให้อร่อยยิ่งขึ้น โดยผลสดจะนำมาดองกับน้ำปลา รับประทานเป็นผักแนมกับลาบ หลู้ ส้า ส่วนผลแห้ง จะนำมาใช้เป็นเครื่องเทศและปรุงรสอาหาร โดยเป็นส่วนผสมของพริกลาบหรือพริกแกงในอาหารพื้นเมืองต่างๆ เช่น ลาบ ยำไก่ แกงผักกาด แกงฟักใส่ไก่ แกงแค แกงอ่อม เป็นต้น ทั้งยังมีสรรพคุณแก้วิงเวียนและขับลมในลำไส้

ทั้งนี้ มะแขว่นเชียงใหม่นับเป็นสินค้า GI รายการที่ 8 ของจังหวัด ต่อจากผ้าตีนจกแม่แจ่ม ศิลาดลเชียงใหม่ ร่มบ่อสร้าง ข้าวก่ำล้านนา กาแฟเทพเสด็จ ส้มสายน้ำผึ้งฝาง และลิ้นจี่จักรพรรดิฝาง ปัจจุบันมีผู้ผลิตมะแขว่นเชียงใหม่ประมาณ 500–600 ราย มีปริมาณผลผลิตเฉลี่ย 500–600 ตันต่อปี โดยจำหน่ายในรูปแบบมะแขว่นสดและมะแขว่นแห้ง สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 15–18 ล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องตามความต้องการของตลาด ทั้งในกลุ่มผู้บริโภค ร้านอาหาร และอุตสาหกรรมอาหารที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์และมีคุณภาพสูง
ส่วนพริกไทยสุไหงอุเป เป็นพริกไทยสายพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิมของอำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล โดดเด่นด้วยรสชาติเผ็ดร้อนลึกและกลิ่นหอมเข้ม เม็ดพริกไทยมีลักษณะทรงกลมขนาดค่อนข้างเล็ก ผิวเปลือกมันวาวหรือผิวเปลือกขรุขระขึ้นอยู่กับลักษณะการแปรรูป โดยปลูกในแหล่งผลิตพริกไทยชั้นดี มีสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบระหว่างพื้นที่สูงและชายทะเล มีแหล่งน้ำธรรมชาติ และดินอุดมสมบูรณ์ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นเส้นทางหากินของค้างคาวแม่ไก่กว่าแสนตัว จึงมีซากอินทรียวัตถุและมูลค้างคาวที่มีธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพริกไทย โดยเฉพาะแคลเซียมและแมกนีเซียมที่มีส่วนช่วยให้พริกไทยสังเคราะห์แสงและสร้างไปเปอรีน ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่ทำให้พริกไทยมีรสชาติเผ็ดร้อนถึงร้อนลึก
พริกไทยสุไหงอุเปยังมีความผูกพันกับวิถีเศรษฐกิจของท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน ในอดีตพื้นที่อำเภอทุ่งหว้ามีชื่อเรียกว่า “เมืองสุไหงอุเป” เป็นชุมชนที่มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศอย่างคึกคัก โดยเฉพาะเกาะปีนัง ซึ่งพริกไทยเป็นหนึ่งในสินค้าสำคัญของพื้นที่ เพราะแม้จะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่มีกลิ่นหอมและสามารถเก็บรักษาได้นาน ชื่อ “พริกไทยสุไหงอุเป” จึงเป็นที่รู้จักและใช้เรียกสืบต่อกันมากว่าร้อยปี โดยได้รับการยอมรับว่าเป็นพริกไทยที่มีคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ พริกไทยสุไหงอุเปนับเป็นสินค้า GI รายการที่ 3 ของจังหวัดสตูล ต่อจากจำปาดะสตูลและกระท้อนนาปริกสตูล ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดสตูลกว่า 4.3 ล้านบาทต่อปี
“กรมจะเดินหน้าสนับสนุนการใช้ประโยชน์จาก GI อย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพ การส่งเสริมการขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์ GI อย่างถูกต้อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการส่งเสริมการตลาดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อผลักดันให้มะแขว่นเชียงใหม่และพริกไทยสุไหงอุเปเป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยเฉพาะการต่อยอดจุดเด่นของเครื่องเทศทั้งสองชนิดสู่การเป็นวัตถุดิบสำหรับเมนูอาหารคุณภาพ เครื่องปรุงรส ผลิตภัณฑ์แปรรูป และผลิตภัณฑ์สมุนไพร ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต และขยายโอกาสทางการตลาดให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่ กรมขอเชิญชวนผู้บริโภค ผู้ประกอบการร้านอาหาร และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร ร่วมสนับสนุนวัตถุดิบ GI จากเกษตรกรและชุมชนโดยตรง เพื่อเพิ่มทางเลือกในการใช้วัตถุดิบไทยที่มีแหล่งกำเนิดชัดเจนและมีเรื่องราว ตลอดจนเปิดโอกาสให้มะแขว่นเชียงใหม่ และพริกไทยสุไหงอุเปได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเมนูและผลิตภัณฑ์อาหารที่หลากหลาย โดยสามารถสั่งซื้อ “มะแขว่นเชียงใหม่” ได้ที่ Facebook : กลุ่มเกษตรกรมะแขว่นป่าแป๋ หรือโทร. 062-348-6982 และสั่งซื้อ “พริกไทยสุไหงอุเป” โทร. 094-455-4426”นางอรมนกล่าว

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

