กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จัดสัมมนาเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทย รู้จักความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) และเตรียมตัวใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม เผยผู้ประกอบการจะได้ประโยชน์จากการขายสินค้าเจาะตลาดอาเซียน ส่วนผู้บริโภคจะสามารถเข้าถึงสินค้าได้หลากหลายขึ้น ระบุจะมีการลงนามในเดือน พ.ย.69 และมีผลบังคับใช้กลางปี 70
น.ส.โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้จัดสัมมนาในหัวข้อ “DEFA เชื่อมโลกดิจิทัล ขยายโอกาสทางธุรกิจไทย” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกติกาและประโยชน์ของกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (ASEAN Digital Economy Framework Agreement: DEFA) รวมถึงเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยให้สามารถปรับตัวและใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงตลาดดิจิทัลของอาเซียนได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยได้รับเกียรติจาก น.ส.พริ้วแพร ชุมรุม รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการเจรจา DEFA มาบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับรายละเอียดสำคัญของ DEFA ข้อสังเกตที่น่าสนใจจากการเจรจา ตลอดจนข้อเสนอแนะในการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถปรับตัวและใช้ประโยชน์จากความตกลงได้อย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ กรมยังได้เชิญวิทยากรจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มีประสบการณ์ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับพัฒนาการด้านกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย โดยเฉพาะด้านธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคจากการซื้อขายออนไลน์ข้ามพรมแดน พร้อมทั้งหารือถึงโอกาสและความท้าทายของเศรษฐกิจดิจิทัล แนวทางการใช้ประโยชน์จาก DEFA และการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการในการขยายธุรกิจสู่ตลาดอาเซียน

“DEFA จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน และสร้างโอกาสใหม่ให้กับภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการ MSME ที่สามารถนำเทคโนโลยีและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มาใช้ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และขยายตลาดไปยังผู้บริโภคในประเทศสมาชิกอาเซียนได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงสินค้าและบริการที่หลากหลาย ภายใต้กฎระเบียบที่มีความโปร่งใสและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยความตกลง DEFA จะมีการลงนามในเดือน พ.ย.2569 และมีผลบังคับใช้ช่วงกลางปี 2570” น.ส.โชติมากล่าว
นอกจากนี้ การสัมมนายังมุ่งเน้นแนวทางการนำเทคโนโลยีและ e-Commerce มาใช้เพื่อขยายตลาด ตลอดจนการปรับตัวของผู้ประกอบการ MSME เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงตลาดดิจิทัลของอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผู้เข้าร่วมงานจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน กลุ่มผู้ประกอบการ SME นักศึกษา และประชาชนทั่วไป
สำหรับผลการศึกษาของอาเซียนประเมินว่า หาก DEFA สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มศักยภาพ จะช่วยผลักดันมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนจากแนวโน้มเดิมประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มเป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการบูรณาการตลาดดิจิทัลของภูมิภาค เพราะ DEFA จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียนที่เปิดกว้าง ปลอดภัย เชื่อมโยง แข่งขันได้ และครอบคลุม พร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ภาคธุรกิจและนักลงทุน และสนับสนุนการก้าวสู่อาเซียนในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของโลก

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

