​“กรมพัฒน์”เดินหน้าพัฒนาระบบ e-Accountant+ ปั้นเด็กรุ่นใหม่เป็นนักบัญชี

img

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยปี 2568 มีผู้ทำบัญชีทั้งประเทศจำนวน 82,780 คน กรุงเทพฯ มีมากสุด รองลงมานนทบุรี สมุทรปราการ ชลบุรี ปทุมธานี ถือว่ามีผู้ทำบัญชีเพียงพอต่อนิติบุคคล ในสัดส่วน 12 นิติบุคคลต่อ 1 ผู้ทำบัญชี เตรียมเดินหน้าพัฒนาระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant+) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ทำบัญชี และเดินหน้าร่วมมือสถาบันการศึกษาสร้างนักบัญชีคุณภาพรุ่นใหม่ต่อเนื่อง
         
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในปี 2568 มีผู้ทำบัญชีในประเทศจำนวนทั้งสิ้น 82,780 คน โดย 5 อันดับจังหวัดที่มีผู้ทำบัญชีมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 30,290 คน รองลงมา คือ นนทบุรี 5,453 คน สมุทรปราการ 5,054 คน ชลบุรี 3,371 คน และ ปทุมธานี 3,322 คน คิดเป็น 57.37% ของผู้ทำบัญชีที่มีอยู่ทั้งหมดทั่วประเทศ หากเปรียบเทียบกับจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ตามจังหวัดของผู้ทำบัญชี 5 อันดับสูงสุด พบว่า มีนิติบุคคล 561,315 ราย คิดเป็น 58.03% ของนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด (วันที่ 31 ธ.ค.2568 มีนิติบุคคล 967,210 ราย) ซึ่งมีนิติบุคคลเฉลี่ย 12 นิติบุคคลต่อผู้ทำบัญชี 1 คน ซึ่งจะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ทำบัญชีมีเพียงพอและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับจำนวนนิติบุคคลที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน และปัจจุบันมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 89,130 คน
         
โดยในปี 2569 นี้ กรมได้พัฒนาระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant+) ให้มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกกรม เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการใช้งานของผู้ทำบัญชี และเพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้อง สามารถตรวจสอบได้ และธุรกิจยังสามารถค้นหาผู้ทำบัญชี เพื่อจัดทำบัญชีให้กับธุรกิจ รวมทั้งตรวจสอบสถานะของผู้ทำบัญชีและการแจ้งรับทำบัญชีของผู้ทำบัญชีด้วยตนเองได้อีกด้วย
         


นายพูนพงษ์กล่าวว่า ผู้ทำบัญชีมีความสำคัญต่อภาคธุรกิจ นอกจากต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านบัญชีแล้ว ยังต้องมีความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจ ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านบัญชี สนับสนุนข้อมูลให้ผู้บริหารเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจวางแผนและกำหนดแนวทางการทำงาน ดังนั้น ผู้ทำบัญชีจึงมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนธุรกิจและการดำเนินงานต่าง ๆ เพื่อสะท้อนสุขภาพที่แท้จริงของธุรกิจ โดยที่ผ่านมา กรมให้ความสำคัญในเรื่องความรู้ที่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน และข้อบกพร่องในการจัดทำบัญชีเพื่อกำกับให้ภาคธุรกิจปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีการจัดอบรมให้แก่ผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และผู้ที่สนใจทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการอบรมในช่วง 5 ปี กว่า 5,000 คน พร้อมเน้นย้ำให้ผู้ทำบัญชีปฏิบัติตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการจัดทำบัญชีที่ถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้
         
นอกจากนี้ กรมยังเร่งพัฒนาศักยภาพให้กับนิสิต นักศึกษาในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ผ่านโครงการสร้างนักบัญชีคุณภาพรุ่นใหม่ (Young & Smart Accountants) ซึ่งเป็นการเรียนในรูปแบบ e-Learning และยังสามารถเลือกหลักสูตรเพิ่มเติมจากการอบรมผ่านระบบ Zoom โดยกรมได้สรรหาวิทยากรผู้มีประสบการณ์เฉพาะด้านมาบรรยายให้ความรู้ เช่น หลักสูตร Transformative Accounting ปรับเปลี่ยนการปฏิบัติงานด้านบัญชีด้วยเทคโนโลยียุคดิจิทัล และหลักสูตรความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการจดทะเบียนนิติบุคคล เป็นต้น
         
โดยในปีนี้ ได้ปรับปรุงหลักสูตรให้มีความหลากหลายและสอดคล้องกับบริบทการทำงานของนักบัญชียุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ผ่านการรับรองจากกรม ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ จำนวน 195 สำนักงาน มาแบ่งปันประสบการณ์ของนักบัญชีจากพี่สู่น้อง กรมขอเชิญชวนสถาบันการศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการสร้างนักบัญชีคุณภาพรุ่นใหม่ (Young & Smart Accountants) เพื่อปลูกเมล็ดพันธุ์นักบัญชีให้เตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ทำบัญชี หรือผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่มีคุณภาพ มีธรรมาภิบาล ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ธุรกิจไปด้วยกัน
         
“ผู้ทำบัญชี และสำนักงานบัญชี ต้องเป็นที่ปรึกษาที่ดี พร้อมสนับสนุนข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเพื่อการตัดสินใจและสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจ โดยต้องไม่แนะนำหรือส่งเสริมให้ธุรกิจทำผิดกฎหมาย เช่น การถือหุ้นแทนคนต่างชาติ หรือการเปิดบัญชีม้าในรูปแบบนิติบุคคลโดยเด็ดขาด”นายพูนพงษ์กล่าว

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง