“พาณิชย์”ผนึก สสว. จัดงาน Thai Tapioca Nexus 2026 ตั้งเป้าค้าขาย 2,600 ล้าน

img

กรมการค้าต่างประเทศผนึกกำลัง สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดงาน “Thai Tapioca Nexus 2026 : มันสำปะหลังไทย เชื่อมความเชื่อมั่นสู่สากล” มีผู้ร่วมงานทั้งไทยและต่างชาติกว่า 300 ราย ที่เดินทางมาร่วมเชื่อมโยงเครือข่าย สร้างโอกาสทางการค้า ตั้งเป้าเกิดมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,600 ล้านบาท
         
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดงาน “Thai Tapioca Nexus 2026 : มันสำปะหลังไทย เชื่อมความเชื่อมั่นสู่สากล” ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของ สสว. โดยมีนายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิด และมีผู้เข้าร่วมงานทั้งไทยและต่างชาติกว่า 300 ราย ที่เดินทางมาร่วมเชื่อมโยงเครือข่าย สร้างโอกาสทางการค้า และยกระดับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยสู่ตลาดโลก
         
โดยการจัดงานในครั้งนี้ จะเป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ SME ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และคู่ค้าจากต่างประเทศ มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และมุมมองด้านการตลาด ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งรักษาเสถียรภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ควบคู่กับการสร้างสมดุลการส่งออก
         


นางอารดากล่าวว่า ในโลกการค้ายุคใหม่ คู่ค้าไม่ได้สนใจเพียงคุณภาพของสินค้า แต่ยังให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และความน่าเชื่อถือของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นหัวใจของการสร้างความไว้วางใจทางการค้าในระยะยาว ประเทศไทยจึงมีศักยภาพในการต่อยอดจุดแข็งด้านการผลิต การแปรรูป เทคโนโลยี และระบบมาตรฐาน ไปสู่ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังมูลค่าสูง ที่ตอบโจทย์ตลาดโลกและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ควบคู่กับการขับเคลื่อนตามแนวทาง BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลด Carbon Footprint และสนับสนุนการเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน
         
“กรมมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยภายใต้แนวคิด ต่อยอดคุณค่า สู่อนาคตที่ยั่งยืน ผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ คือ คุณภาพนำ-ความเชื่อมั่นหนุน-นวัตกรรมขับเคลื่อน (Quality-Confidence-Innovation) โดยยกระดับคุณภาพและมาตรฐาน สร้างความไว้วางใจด้วยระบบที่ตรวจสอบได้ โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ พร้อมใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของมันสำปะหลังไทยในตลาดโลกอย่างยั่งยืน
         
ทั้งนี้ ภายในงานมีการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการในหัวข้อ “มันสำปะหลังไทยสู่เวทีโลก : เสริมความมั่นคงของอุปทาน สร้างนวัตกรรม เปิดประตูสู่โอกาสการค้า” โดย ดร.ดุสิต พิทยาธิคุณ นายกสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย ดร.เกื้อกูล ปิยะจอมขวัญ ผู้เชี่ยวชาญด้านแป้งมันสำปะหลัง รศ.ดร.ปราโมทย์ แพงคำ ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้มันสำปะหลังในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และ รศ.ดร.สุภาภรณ์ เกียรติสิน ประธานคณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอีไทยระหว่างประเทศ สมาพันธ์ SME ไทย ซึ่งผู้เข้าร่วมงานได้รับฟังมุมมองและแนวทางเกี่ยวกับการยกระดับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยด้วยนวัตกรรม และการเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME ให้สามารถขยายโอกาสทางการค้าในตลาดต่างประเทศได้อย่างเข้มแข็ง อีกทั้งยังมีการบรรยายในหัวข้อ “Shaping the Future of Tapioca: Advances in Breeding, Smart Farming, Starch Innovation, and Sustainability” โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างชาติที่มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ตั้งแต่การพัฒนาสายพันธุ์ เกษตรอัจฉริยะ นวัตกรรมแป้งมันสำปะหลัง ไปจนถึงแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมนิทรรศการที่แสดงศักยภาพอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ ควบคู่กับการจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยและผู้นำเข้าต่างชาติ
         


สำหรับงานครั้งนี้ มีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 300 ราย รวมถึงผู้นำเข้าจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และฮ่องกง ซึ่งล้วนเป็นตลาดสำคัญที่มีศักยภาพในการนำผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยไปต่อยอดในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยภายในงาน ได้มีการจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจจำนวนประมาณ 60 คู่ ซึ่งคาดว่าการจัดงานครั้งนี้ จะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างน้อย 2,600 ล้านบาท พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงคู่ค้ารายใหม่ ขยายตลาด และเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลกได้มากขึ้น
         
นอกจากนี้ การจัดงาน ยังเป็นการต่อยอดแผนส่งเสริมตลาดเชิงรุกของกรมในตลาดสำคัญอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเจรจากับผู้นำเข้า ณ เมืองฟุกุโอกะ และกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น การจับคู่ธุรกิจ ณ นครฉงชิ่ง ประเทศจีน การเปิดตลาดผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงในเยอรมนี การรักษาผลประโยชน์ทางการค้าในสหรัฐฯ ซึ่งสินค้าแป้งมันสำปะหลังไทยยังคงได้รับสิทธิยกเว้นภาษีตามมาตรา 301 ในอัตรา 0% ตลอดจนการผลักดันการใช้มันสำปะหลังไทยในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
         
สถานการณ์การค้ามันสำปะหลังไทยในช่วงครึ่งปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.) มีปริมาณ 2.52 ล้านตัน มูลค่า 38,003.15 ล้านบาท แม้การส่งออกจะชะลอตัวลงจากข้อจำกัดด้านปริมาณวัตถุดิบและการแข่งขันด้านราคาจากสินค้าทดแทนอย่างข้าวโพดในตลาดโลก แต่กรมคาดการณ์ว่าภาพรวมการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี 2569 มีแนวโน้มทยอยปรับตัวดีขึ้น ตามภาวะอุปสงค์ในตลาดคู่ค้าสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการด้านวัตถุดิบและการปรับตัวของผู้ประกอบการให้สอดคล้องกับภาวะตลาด ขณะเดียวกัน กรมจะเดินหน้าขับเคลื่อนแผนส่งเสริมการตลาดเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ทั้งการรักษาฐานคู่ค้า ขยายตลาดศักยภาพ และผลักดันการใช้ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยในระยะยาว


 

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง