“พาณิชย์”เปิดงาน “ART UNIVERSE : จักรวาลแห่งการสร้างสรรค์ด้วยศิลป์” เป็นเวทีให้ศิลปินไทยได้นำเสนอผลงาน สร้างเครือข่ายกับนักสะสม นักลงทุน ภาคธุรกิจสร้างสรรค์ ต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และผลักดันศิลปะไทยสู่เวทีนานาชาติ ตั้งเป้าเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการซื้อขายผลงานศิลปะ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ และการต่อยอดความร่วมมือเชิงพาณิชย์ ไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท
ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการแสดงผลงานสร้างสรรค์ด้านศิลปะ “ART UNIVERSE : จักรวาลแห่งการสร้างสรรค์ด้วยศิลป์” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-16 ส.ค.2569 ณ Cloud 11 กรุงเทพฯว่า ได้รับมอบหมายจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้มาเปิดงานนี้ ซึ่งจะเป็นเวทีให้ศิลปินไทยได้นำเสนอผลงาน สร้างเครือข่ายกับนักสะสม นักลงทุน และภาคธุรกิจสร้างสรรค์ พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และผลักดันศิลปะไทยสู่เวทีนานาชาติ โดยมีนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ศิลปิน และผู้ประกอบการเข้าร่วม
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมงานสร้างสรรค์และงานศิลปะของไทยให้สามารถต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้แสดงศักยภาพ ได้รับการคุ้มครองสิทธิ และสามารถนำผลงานไปสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เนื่องจากผลงานศิลปะไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความงดงาม และคุณค่าทางวัฒนธรรมของสังคมเท่านั้น แต่ยังเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่สามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจได้อย่างหลากหลาย
“การจัดงาน ART UNIVERSE ได้รับการสนับสนุนงบประมาณหลักจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ Cloud 11, Trendy Gallery, สมาคมนักประเมินราคาอิสระไทย, มูลนิธิออทิสติกไทย และสมาคมการค้าลิขสิทธิ์และของที่ระลึกจากคาแรกเตอร์ดีไซน์ ของเล่น และผลงานศิลป์ร่วมสมัยไทย โดยมีเป้าหมายสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการซื้อขายผลงานศิลปะ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ และการต่อยอดความร่วมมือเชิงพาณิชย์ภายในงานไม่น้อยกว่า 70 ล้านบาท”ดร.กิริฎากล่าว

สำหรับไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การจัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินไทยกว่า 300 ผลงาน โดยรวบรวมผลงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟของศิลปินระดับตำนาน เช่น อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี และอาจารย์ทวี รัชนีกร ร่วมด้วยศิลปินรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงในเวทีนานาชาติ เช่น Molly (Crybaby), MACKCHA, Karms และ SUNTUR ตลอดจนผลงานของศิลปินอิสระและศิลปินหน้าใหม่อีกมากมาย สะท้อนความหลากหลายของวงการศิลปะไทย ตั้งแต่งานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ไปจนถึงผลงานศิลปะร่วมสมัยและคาแรกเตอร์อาร์ตที่กำลังได้รับความนิยมในตลาดโลก เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสผลงานต้นฉบับและพบปะศิลปินอย่างใกล้ชิด และยังมีกิจกรรมประมูลงานศิลปะ เพื่อส่งเสริมการซื้อขายและการเปลี่ยนมือผลงานลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับงานสร้างสรรค์ โดยคาดว่าจะมีนักสะสมแกลเลอรี ผู้ประกอบการ และนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติเข้าร่วมกว่า 500 ราย ซึ่งจะเป็นโอกาสในการสร้างเครือข่ายและต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องในอนาคต
ขณะเดียวกัน ได้เปิดโอกาสให้ศิลปินหน้าใหม่ได้แสดงศักยภาพและก้าวสู่ตลาดศิลปะในระดับสากล โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้จัดการประกวดผลงานศิลปะภายใต้โครงการ ART UNIVERSE โดยนำผลงานที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมจัดแสดงในงานจำนวน 50 ผลงาน มาพิจารณาตัดสินจากเกณฑ์ความโดดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์ คุณภาพทางศิลปะ การนำเสนอแนวคิด และศักยภาพในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ เพื่อมอบรางวัล 3 ประเภทรางวัล ซึ่งรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน “LOOP” ประเภทผลงาน Mixed Media โดยศิลปิน Juthamanee Diloksopon ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโอกาสเข้าร่วมงานแสดงศิลปะนานาชาติ Kiaf SEOUL 2026 ณ สาธารณรัฐเกาหลี เพื่อเปิดประสบการณ์ สร้างเครือข่าย และต่อยอดสู่ตลาดศิลปะนานาชาติ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน “We are made by our past” ประเภทผลงาน Paint on Upcycled Wood โดยศิลปิน Korn Neeyabhan ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน “วิถีชีวิตชนบทท้องถิ่นใต้ร่วมสมัย” ประเภทผลงาน Mixed Media: agricultural materials, synthetic leather and other materials โดยศิลปิน Wannawit Patteep และผลงาน “This Stone Can Save You” ประเภทผลงาน Silkscreen โดยศิลปิน Apicha Wannakasin ได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดเวทีเสวนาถ่ายทอดความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา การบริหารจัดการลิขสิทธิ์ และการต่อยอดผลงานสู่เชิงพาณิชย์ ให้แก่ศิลปินและผู้ประกอบการ อาทิ การพลิกโฉมศิลปะไทยด้วย Resale Right ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยให้ศิลปินได้รับผลตอบแทนเมื่อผลงานถูกนำไปขายต่อ การเปลี่ยนงานศิลป์ให้เป็นสินทรัพย์ (Art to Asset) และการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จากลิขสิทธิ์เพื่อเปลี่ยนลายเส้นให้กลายเป็นรายได้ เป็นต้น รวมทั้งกิจกรรมเวิร์กชอปที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ลงมือปฏิบัติจริง อาทิ การวาดภาพด้วยเทคนิคสีน้ำ งานปั้นดินเบา การเรียนรู้วาดเส้นด้วยเทคนิคง่ายๆ และการแกะสลักไม้ ตลอดจนการให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและเตรียมความพร้อมให้กับศิลปินไทยอย่างครบวงจร

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

