“บรรจงจิตต์” ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานประชุมร่วมกับทูตพาณิชย์ และหน่วยงานในพาณิชย์ วางแผนขับเคลื่อนการส่งออกผลไม้แปรรูปเชิงรุก ตามนโยบาย “ศุภจี” ที่สั่งการให้ใช้แนวคิด “ตลาดนำการผลิต” เคาะส่งเสริมการแปรรูปทุเรียน มังคุด ลำไย มะพร้าว และมะม่วง ผลักดันทำตลาดผ่านงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ จัดเจรจาจับคู่ธุรกิจ ผลักดันผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพสูง เจาะตลาดสุขภาพและของฝาก และช่วยเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ
น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2569 ที่ผ่านมา นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้ น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ทั่วโลก เพื่อกำหนดแนวทางขับเคลื่อนการส่งออกผลไม้แปรรูปเชิงรุก โดยใช้แนวคิดตลาดนำการผลิต (Demand Driven) มุ่งใช้ความต้องการของตลาดโลกเป็นตัวกำหนดทิศทางการผลิตและการพัฒนาสินค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าผลไม้ไทยและสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกรไทย
ทั้งนี้ ในการประชุม ได้กำหนดแนวทางการทำงาน โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จะส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าผลไม้ไทย เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย มะพร้าว และมะม่วง ผ่านการแปรรูปที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มอาหาร อาทิ ฟรีซดราย อบแห้ง แช่แข็ง พิวเร่ ซอส และไอศกรีม รวมถึงกลุ่มที่ไม่ใช่อาหาร เช่น เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และสินค้าไบโอเบส เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก

ส่วนการขยายตลาดในระยะเร่งด่วน (Quick Win) จะเร่งผลักดันการทำตลาดผ่านงานแสดงสินค้านานาชาติทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ THAIFEX–Anuga Asia งาน Thai Festival และเทศกาลท้องถิ่นในประเทศต่าง ๆ ควบคู่กับการใช้เครือข่ายร้านอาหาร Thai SELECT ในต่างประเทศเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ รวมถึงจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเจาะตลาดผู้ประกอบการกลุ่ม HORECA รายใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจเบเกอรี่ ไอศกรีม และอุตสาหกรรมอาหาร
นอกจากนี้ จะทำการผลักดันผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพสูง เช่น น้ำมะพร้าวและผลไม้แห้ง เจาะตลาดผู้บริโภคสายสุขภาพและตลาดของฝาก โดยชูจุดเด่นด้านคุณค่าทางโภชนาการและการเป็นสินค้าพรีเมียมสำหรับช่วงเทศกาลสำคัญ และการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ จะเร่งให้ข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับกฎระเบียบ มาตรฐาน และข้อกำหนดการนำเข้าของประเทศคู่ค้า ตลอดจนเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Integration) ระหว่างผู้ส่งออกกับผู้ผลิตรายย่อยและกลุ่มเกษตรกรที่มีศักยภาพ ให้เข้ามาเป็นเครือข่ายการผลิต (OEM/Supplier) เพื่อสร้างรายได้ กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศการส่งออกของไทย
“แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้ผลไม้แปรรูปไทยสามารถเจาะตลาดเป้าหมายได้อย่างตรงจุด เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรไทย และยกระดับรายได้ของเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยในระยะยาว”น.ส.สุนันทากล่าว
สำหรับการส่งออกผลไม้สดสำคัญของไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-19 ก.ค.2569 พบว่า การส่งออกทุเรียนสดไปจีน มีปริมาณ 1,000,763.66 ตัน มูลค่า 114,818.15 ล้านบาท สามารถทำสถิติส่งออกสะสมทะลุ 1 ล้านตันได้ตั้งแต่ช่วงกลางปี และการส่งออกมังคุดสดไปจีนในช่วงเดียวกัน มีปริมาณ 148,776.68 ตัน มูลค่า 10,204.80 ล้านบาท และจะทะลุเป้าหมาย 150,000 ตันในเดือน ก.ค.2569

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

