สนค.เผยดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาส 2 ปี 69 เพิ่มขึ้น 11.1% จากการสูงขึ้นของราคาน้ำมันดีเซล กระทบค่าขนส่ง มีความต้องการขนส่งสินค้าเกษตรตามฤดูกาล ต้นทุนโลจิสติกส์สูงขึ้น ขาดแรงงานขับรถที่มีทักษะ ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับราคา คาดไตรมาส 3 ยังขยับต่อ
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาสที่ 2 ปี 2569 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 เพิ่มขึ้น 11.1% ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 โดยมีปัจจัยหลักจากการสูงขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของภาคการขนส่ง และยังมีปัจจัยหนุนจากฝั่งอุปสงค์ตามการขนส่งสินค้าเกษตรประจำฤดูกาลที่มีปริมาณความต้องการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการในภาคโลจิสติกส์ยังเผชิญกับต้นทุนดำเนินงานอื่น ๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้น เช่น ค่าบำรุงรักษาพาหนะ ค่าอะไหล่ และค่าใช้จ่ายด้านการบริหารจัดการ เป็นต้น รวมถึงปัญหาการขาดแคลนพนักงานขับรถบรรทุกที่มีทักษะ ส่งผลให้ต้นทุนค่าแรงเพิ่มขึ้น และสร้างแรงกดดันให้ผู้ประกอบการต้องปรับราคาค่าบริการสูงขึ้นเพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
สำหรับดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนที่เพิ่มขึ้น 11.1% มาจากการปรับตัวสูงขึ้นในทุกหมวด ได้แก่ หมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง เพิ่ม 15.5% จากการสูงขึ้นของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง เพิ่ม 4.3% จากการสูงขึ้นของหิน ทราย และดิน และลิกไนต์ และหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพิ่ม 10.7% จากการสูงขึ้นของค่าบริการขนส่งผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องจักรและเครื่องมือ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม ยานยนต์ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์

ส่วนดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน โครงสร้างแบ่งตามประเภทรถ ไตรมาสที่ 2 ปี 2569 เพิ่ม 11.3% จากการปรับตัวสูงขึ้นของรถทุกประเภท โดยรถกระบะบรรทุก เพิ่ม 12% รถพ่วง เพิ่ม 11.3% รถตู้บรรทุก เพิ่ม 12.5% รถบรรทุกเฉพาะกิจ เพิ่ม 6.1% รถบรรทุกของเหลว เพิ่ม 9.1% รถบรรทุกวัสดุอันตราย เพิ่ม 13.2% และหมวดรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว เพิ่ม 4.8%
นายนันทพงษ์กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 คาดว่า จะยังทรงตัวในระดับสูง โดยมีสาเหตุหลักจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งคาดว่าจะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ประกอบกับอุปสงค์ในการขนส่งที่ได้รับแรงหนุนจากสินค้าเกษตรประจำฤดูกาลที่จะออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก อีกทั้งในช่วงฤดูฝนอาจเป็นอุปสรรคต่อภาคการขนส่ง ซึ่งจะส่งผลให้ระยะเวลาในการขนส่งต่อเที่ยวสะสมนานขึ้น แต่จากสถานการณ์การแข่งขันด้านราคาเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดของผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ประกอบการบางส่วนอาจเลือกที่จะแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพื่อรักษาฐานลูกค้า และความผันผวนของสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก อาจส่งผลให้ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนไม่เป็นไปตามที่คาดได้
“ผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ของไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากกระแสความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งจากความผันผวนของราคาพลังงาน การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ตลอดจนแรงกดดันในการเปลี่ยนผ่านไปสู่โลจิสติกส์สีเขียว รวมทั้งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขนส่ง ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องเตรียมการเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยยกระดับประสิทธิภาพและปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้สอดรับกับโครงสร้างภาคการขนส่งที่เปลี่ยนแปลงไป ส่วนกระทรวงพาณิชย์จะติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ด้านโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบายในการสนับสนุนและส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับภาคโลจิสติกส์ของไทยต่อไป”นายนันทพงษ์กล่าว

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

