“พาณิชย์”ถกจีน ขอช่วยส่งเสริม SME ไทย ซื้อข้าว ขายปุ๋ย เปิดตลาดเกษตรเพิ่ม

img

“พาณิชย์”หารือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จีน ติดตามข้อเสนอช่วยผลักดัน SME ไทยเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์จีน พร้อมขอเร่งซื้อข้าว ขายปุ๋ยเคมี เร่งพิจารณาส่งออกสัตว์ปีก น้ำเชื่อม เปิดตลาดสละและอินทผลัม เห็นพ้องขยายร่วมมือ GI อีคอมเมิร์ซ เร่งบังคับใช้ ACFTA 3.0 และดึงลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย

นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เป็นประธานร่วมกับนายเยียน ตง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จีน ในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการว่าด้วยการค้าและการลงทุน (Sub-Committee on Trade and Investment) ไทย-จีน ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา ณ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อสานต่อความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ตามที่ได้เคยมีการหารือกันไว้

โดยทั้งสองฝ่ายได้ติดตามผลการหารือทวิภาคีระหว่างรองนายกรัฐมนตรีสองฝ่ายที่พบกันในช่วงการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค เมื่อเดือน พ.ค.2569 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะข้อเสนอโครงการนำร่องของไทย ในการร่วมลงทุนนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมของจีนมาพัฒนาสินค้าเกษตรไทยให้เป็นสินค้าพรีเมียม ซึ่งขณะนี้ฝ่ายไทยเริ่มหารือกับผู้ประกอบการสินค้าเป้าหมายในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพและอาหารสำหรับผู้สูงอายุแล้ว

ทั้งนี้ ยังได้ติดตามข้อเสนอในการส่งเสริม SME ไทย ให้เข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ของจีน เพื่อขยายตลาดไปยังผู้บริโภคชาวจีน โดยฝ่ายจีนเห็นพ้องกับข้อเสนอของฝ่ายไทย และเห็นว่าสินค้าภายใต้โครงการนำร่องของไทยจะตอบสนองต่อความต้องการของคนจีน เนื่องจากจีนมีประชากรที่อายุเกิน 60 ปี ประมาณ 320 ล้านคน โดยที่ผ่านมา จีนได้สนับสนุน SME ไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้าของจีนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายพื้นที่จัดงาน อาทิ งานแสดงสินค้า China-ASEAN EXPO (CAEXPO) พร้อมทั้งเห็นว่าควรกำหนดมาตรการส่งเสริม SME ในกลุ่มที่มีศักยภาพให้ชัดเจน



“ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องให้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อเร่งให้ข้อเสนอดังกล่าวเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และให้จัดการประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-จีน ครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นการประชุมระดับรองนายกรัฐมนตรีโดยเร็ว ซึ่งจีนพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ในช่วงต้นปี 2570”

นางปิยนุชกล่าวว่า ตนยังได้ใช้โอกาสนี้ผลักดันประเด็นการส่งออกสินค้าเกษตร อาทิ การเร่งซื้อขายข้าวไทยงวดต่อไป จำนวน 60,000 ตัน การขอให้จีนพิจารณาขายปุ๋ยเคมีในประเภทที่ไทยต้องการ การขอให้จีนเร่งกระบวนการพิจารณาการส่งออกเนื้อสัตว์ปีกและน้ำตาลเชื่อมจากไทยไปจีน ตลอดจนเร่งกระบวนการเปิดตลาดสินค้าผลไม้จากไทยไปจีน ได้แก่ สละและอินทผลัม โดยฝ่ายจีนพร้อมที่จะสนับสนุนข้อเรียกร้องของไทย และยินดีที่จะนำเข้าผลไม้ไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทุเรียน มังคุด และมะพร้าว

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือแนวทางการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจอื่น ๆ เช่น ความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้เร่งกระบวนการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สำหรับสินค้าที่ได้เสนอระหว่างกันโดยเร็ว ความร่วมมือด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งฝ่ายไทยขอให้จีนสนับสนุนการอบรมด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้ภาคเอกชนไทยเพิ่มขึ้น และความร่วมมือด้านพหุภาคีและภูมิภาค ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้พิธีสารยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA 3.0) มีผลใช้บังคับโดยเร็ว การเร่งกระบวนการขยายสมาชิกของความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ตลอดจนการส่งเสริมการค้าข้ามพรมแดนภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (MLC)

สำหรับความร่วมมือด้านการลงทุน ไทยได้เชิญชวนให้จีนมาลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งครอบคลุมหลายสาขาอุตสาหกรรม อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การวิจัยและพัฒนา การออกแบบ และการผลิตขั้นต้นน้ำ และขอให้จีนพิจารณาลงทุนที่ไทยทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยใช้ชิ้นส่วนและแรงงานไทย ซึ่งไทยเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายในการขยายมูลค่าการค้าในการส่งออกไปยังประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ในขณะที่จีนก็เชิญชวนผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุนในจีน และพร้อมที่จะช่วยอำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในทุกระดับ

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง