กรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมแสดงความยินดีองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) สำนักงานกรุงเทพฯ ครบรอบ 30 ปี ยันเดินหน้าสานต่อความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาไทย-ญี่ปุ่นต่อไป เพื่อขับเคลื่อนวัตกรรม และเป็นกลไกในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนของประเทศ
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ Driving Thailand's Economy and Innovation with Intellectual Property ในงานสัมมนา “Pearl of Collaboration : 30 Years of Thailand–Japan IP Synergy” ว่า กรมได้ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 30 ปี การจัดตั้งแผนกทรัพย์สินทางปัญญาขององค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) สำนักงานกรุงเทพฯ พร้อมย้ำความมุ่งมั่นในการสานต่อความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างไทยและญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำบทบาทของทรัพย์สินทางปัญญาในฐานะสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ นวัตกรรม การค้าและการลงทุนของประเทศ
ทั้งนี้ กรมยังได้ขอบคุณสำนักงานสิทธิบัตรญี่ปุ่น (JPO) และ JETRO สำนักงานกรุงเทพฯ ที่ให้การสนับสนุนด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของกรม โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติด้านการตรวจสอบคำขอสิทธิบัตรอย่างต่อเนื่อง อันเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการของกรม สะท้อนถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและญี่ปุ่นในการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาให้มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานสากล

นางอรมนกล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างกรม และ JPO ได้ก่อให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา โดยในช่วง 5 เดือนของปี 2569 (ม.ค.-พ.ค.) สถิติการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในไทยเพิ่มขึ้น 18.99% โดยบริษัทจากญี่ปุ่นครองแชมป์กลุ่มบริษัทต่างชาติที่ยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรมากที่สุดในไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อระบบทรัพย์สินทางปัญญาและศักยภาพการลงทุนของไทย และยังมีความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติในการพิจารณาเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อประเทศ รวมถึงมีแผนที่จะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาสนับสนุนการดำเนินงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาในอนาคต
นอกจากนี้ กรมได้ยืนยันว่าให้ความสำคัญกับการยกระดับการให้บริการเพื่อรองรับเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม โดยได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้พัฒนาระบบ AI Image Search และ Trademark Checker เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถเข้ามาสืบค้นและตรวจสอบความเหมือนคล้ายของเครื่องหมายการค้าโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ช่วยประเมินโอกาสที่จะได้รับจดทะเบียนด้วยตนเองในเบื้องต้น ควบคู่กับการขยายบริการ Fast Track เพื่อเร่งรัดการพิจารณาคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาให้รวดเร็วยิ่งขึ้น รองรับการเติบโตของกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมทั้งเตรียมขับเคลื่อน Pilot Project IP Finance ของไทย ซึ่งเป็นการปลดล็อกให้ผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจเพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุน
“ทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่เป็นเพียงแค่เอกสารรับรองสิทธิ์ตามกฎหมาย แต่เป็นสะพานเชื่อมโยงนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และโอกาสทางเศรษฐกิจที่ไร้ขีดจำกัด ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยกรมจะเดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับ JPO และ JETRO อย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศด้านทรัพย์สินทางปัญญาให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นต่อไป”นางอรมนกล่าว
ในโอกาสนี้ กรมยังได้หารือกับ Mr. Futoshi YASUDA รองหัวหน้าสำนักงานสิทธิบัตรญี่ปุ่น (JPO) เพื่อติดตามความคืบหน้าความร่วมมือด้านการพัฒนากระบวนการตรวจสอบสิทธิบัตร ภายใต้โครงการแลกเปลี่ยนข้อมูลผลการตรวจสอบสิทธิบัตร (Patent Prosecution Highway หรือ PPH Navigator) และการดำเนินโครงการ Prior Art Search ซึ่งช่วยเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการพิจารณาคำขอ ตลอดจนหารือแผนการดำเนินงานร่วมกันในระยะต่อไป โดยมุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของบุคลากร การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบคำขอให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อรองรับการขยายตัวของการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจนวัตกรรมของทั้งสองประเทศในอนาคต

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

