​ไทยร่วมประชุมรัฐมนตรีเวที WIPO ชูผลงานส่งเสริม SME สินค้า GI บริการจดไอพี

img

ไทยเข้าร่วมการประชุมหารือระดับรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ จัดโดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) แลกเปลี่ยนมุมมองด้านนโยบายและร่วมกำหนดทิศทางการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ใช้เวทีนี้โชว์ผลงานการผลักดัน SME และสตาร์ตอัป ส่งเสริมสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และการพัฒนาระบบจดทะเบียน  

ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้นำคณะผู้แทนไทย ประกอบด้วยนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และทีมงาน เข้าร่วมการประชุมหารือระดับรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ (Informal Ministerial Policy Dialogue) ภายใต้หัวข้อ “Bridge Builders: Innovation and Creativity Driving Future Societies” จัดโดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) และมีรัฐมนตรี ผู้แทนระดับสูงจากประเทศสมาชิก WIPO กว่า 40 ประเทศ มาแลกเปลี่ยนมุมมองด้านนโยบายและร่วมกำหนดทิศทางการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมแห่งอนาคต ณ พิพิธภัณฑ์โอลิมปิก เมืองโลซานน์ สมาพันธรัฐสวิส

โดยในการประชุมครั้งนี้ ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์การกำหนดนโยบายของกระทรวงพาณิชย์เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและพัฒนาผู้ประกอบการไทย โดยเน้นย้ำว่า ประเทศไทยมุ่งปรับบทบาทภาครัฐ จากเดิมที่มุ่งเน้นการกำกับดูแลด้านการจดทะเบียนและคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา สู่การเป็นผู้ส่งเสริมการสร้างระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาที่เอื้อต่อการขับเคลื่อนสังคมแห่งอนาคต โดยมุ่งเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และภูมิปัญญาไทยให้เป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ ผ่านยุทธศาสตร์ “สะพานเชื่อมโยง 3 มิติ” ดังนี้



มิติแรก ด้านสะพานเศรษฐกิจ (Economic Bridges) ไทยได้เร่งผลักดันผู้ประกอบการ SME และสตาร์ตอัปสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลก ผ่านการส่งเสริมการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและใช้ประโยชน์จากระบบอำนวยความสะดวกในการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศของ WIPO ทั้งระบบ PCT สำหรับสิทธิบัตร และระบบ Madrid สำหรับเครื่องหมายการค้า รวมทั้งการเตรียมความพร้อมของไทยในการเข้าร่วมภาคีความตกลงสำคัญ อาทิ สนธิสัญญาว่าด้วยการแสดงและสิ่งบันทึกเสียงขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก และความตกลงกรุงเฮกว่าด้วยการจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับการเติบโตของธุรกิจนวัตกรรมของไทย โดยยกตัวอย่างความสำเร็จของ “เมติคูลี่” บริษัทสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ของไทย ที่ได้พัฒนานวัตกรรมกระดูกเทียมไทเทเนียมเฉพาะบุคคลด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ (3D Printing) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระยะเวลาเพียง 9 ปีบริษัทสามารถสร้างทรัพย์สินทางปัญญากว่า 80 รายการ พร้อมระดมทุนได้กว่า 290 ล้านบาท ปัจจุบันได้ร่วมมือกับศัลยแพทย์กว่า 850 คน ในโรงพยาบาลกว่า 240 แห่งทั่วโลก และให้การรักษาผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวกว่า 3,000 ราย สะท้อนศักยภาพนวัตกรรมไทยที่สามารถต่อยอดสู่ตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์ทั้งต่อเศรษฐกิจและด้านการแพทย์
          ​
มิติที่สอง ด้านสะพานสังคม (Social Bridges) ไทยได้ใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เป็นกลไกในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น ยกระดับรายได้ของผู้ประกอบการ ลดความเหลื่อมล้ำและกระจายรายได้สู่ชุมชนผู้ผลิตอย่างทั่วถึง โดยผลักดันสินค้า GI คุณภาพพรีเมียม เช่น ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ให้เป็นวัตถุดิบในร้านอาหารระดับมิชลิน เพื่อส่งเสริมสินค้าเกษตรไทยสู่สินค้ามูลค่าสูง ช่วยให้เกษตรกรรายย่อยได้รับผลตอบแทนจากภูมิปัญญาที่สั่งสมมาอย่างคุ้มค่า โดยปัจจุบันไทยมีสินค้า GI รวม 260 รายการ ครอบคลุม 77 จังหวัด มีผู้ประกอบการได้รับประโยชน์กว่า 51,752 ราย สร้างมูลค่าตลาดรวมกว่า 1.16 แสนล้านบาท และมีมูลค่าการส่งออกสินค้า GI ไทยกว่า 150 ล้านบาท

มิติสุดท้าย ด้านสะพานภูมิศาสตร์ (Geographic Bridges) ไทยได้เดินหน้าเชื่อมโยงทุกพื้นที่ของประเทศให้เข้าถึงบริการด้านทรัพย์สินทางปัญญา โดยเชื่อมั่นว่าระยะทางไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการคุ้มครองความคิดสร้างสรรค์ จึงได้เปลี่ยนผ่านระบบการทำงานและการบริการประชาชนสู่ระบบดิจิทัลอย่างครบวงจร ทำให้สามารถดำเนินการด้านการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาผ่านระบบออนไลน์ได้ทุกขั้นตอน ปัจจุบันมีคำขอที่ยื่นผ่านช่องทางออนไลน์มากกว่า 80% และยังได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้ อาทิ ระบบ AI Image Search และระบบ Trademark Checker เพื่อช่วยผู้ประกอบการตรวจสอบความเหมือนคล้ายของเครื่องหมายการค้าก่อนยื่นจดทะเบียน ซึ่งช่วยลดต้นทุน ลดข้อจำกัดด้านระยะทาง และอำนวยความสะดวกให้ผู้สร้างสรรค์และผู้ประกอบการไทยทั่วประเทศสามารถเข้าถึงงานบริการและการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างเท่าเทียม
​         
“การเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีของ WIPO ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติด้านนโยบายกับประเทศสมาชิก ตลอดจนสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายด้านทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ เพื่อนำองค์ความรู้และแนวคิดอันเป็นประโยชน์มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนานโยบายของไทยให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจโลก และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการทำงานร่วมกับ WIPO และประเทศสมาชิกอย่างใกล้ชิด เพื่อขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ ให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน”ดร.กิริฎากล่าว

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง