กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยผลงานนำสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ไปจัดแสดงและจำหน่ายในงาน GI Market Roadshow 2026 @หาดใหญ่ และ OTOP Midyear 2026 ประสบความสำเร็จ ได้รับการตอบรับจากประชาชน นักท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการกว่า 20 ล้านบาท เตรียมนำผู้ประกอบการ เข้าร่วมงานแสดงสินค้าอีกหลายงาน ช่วง ก.ค.-ส.ค.นี้
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เดือน มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา กรมได้นำสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากทั่วประเทศ มาจัดแสดงและจำหน่ายในงาน GI Market Roadshow 2026 @หาดใหญ่ และเข้าร่วมงาน OTOP Midyear 2026 ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี ปรากฏว่าสินค้า GI ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชน นักท่องเที่ยว ช่วยสร้างโอกาสทางการค้าและทำรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นรวมกว่า 20.59 ล้านบาท
โดยการนำเข้าร่วมงาน GI Market Roadshow 2026 @หาดใหญ่ จัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา วันที่ 10-16 มิ.ย.2569 โดยสินค้า GI ที่ได้รับความนิยมและมียอดจำหน่ายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน (นครราชสีมา) เกลือภูเขาบ่อเกลือน่าน ขนมหม้อแกงเมืองเพชร (เพชรบุรี) และชาเชียงราย สามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียงรวม 1,752,365 บาท และยังช่วยสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์สินค้า GI ไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

สำหรับการเข้าร่วมงาน OTOP Midyear 2026 จัดขึ้นที่อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็คเมืองทองธานี วันที่ 20–28 มิ.ย.2569 ได้รับการตอบรับอย่างดีจากทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการธุรกิจ สามารถสร้างยอดจำหน่ายสินค้าและการเจรจาธุรกิจรวมกว่า 18.84 ล้านบาท โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เกลือภูเขาบ่อเกลือน่าน ทุเรียนจันท์ (จันทบุรี) หอมแดงศรีสะเกษ และไข่เค็มไชยา (สุราษฎร์ธานี) สะท้อนศักยภาพของสินค้า GI ไทยในการแข่งขันและการต่อยอดสู่โอกาสทางการค้าในวงกว้าง
“การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในหลายรูปแบบ ทำให้ผู้ประกอบการสินค้า GI ได้เห็นแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่จริง ทั้งด้านกระแสความนิยม รูปแบบการนำเสนอสินค้า และพฤติกรรมการเลือกซื้อของผู้บริโภคในกลุ่มต่าง ๆ ขณะเดียวกันยังสะท้อนศักยภาพของสินค้า GI ในช่องทางการตลาดที่แตกต่างกัน ซึ่งผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปเป็นแนวทางในการพัฒนาต่อยอดสินค้า GI ปรับกลยุทธ์ทางการตลาด และวางแผนการจำหน่ายสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และชุมชนผู้ผลิตสินค้า GI ไทย”นางอรมนกล่าว
ทั้งนี้ กรมยังมีแผนส่งเสริมการตลาดสินค้า GI อย่างต่อเนื่อง ผ่านงานจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ อาทิ งานเทศกาลผลไม้ GI ณ ห้างไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 16-22 ก.ค.2569 งานจำหน่ายสินค้า GI ใน Gourmet market ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ระหว่างวันที่ 17-31 ก.ค.2569 งานแจ๋วแซ่บเฟ่อร์ ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ระหว่างวันที่ 24 ก.ค.-2 ส.ค.2569 งาน Thailand week ซึ่งจะจัดขึ้นที่ Saigon exhibition and convention center นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 30 ก.ค.-1 ส.ค.2569 เป็นต้น และยังมีกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจและเชื่อมโยงเครือข่ายทางการค้า พร้อมขยายช่องทางการตลาดออนไลน์และประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ เพื่อผลักดันสินค้า GI ไทยให้เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในวงกว้าง
การดำเนินงานดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายด้านการสร้างรายได้และยกระดับชุมชนของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญกับการขยายโอกาสทางการค้าและสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการไทย โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการสินค้า GI จากทั่วประเทศได้นำสินค้าคุณภาพที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นมาจัดแสดงและจำหน่าย พร้อมพบปะผู้บริโภคและคู่ค้าโดยตรง ซึ่งช่วยสร้างการรับรู้ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และต่อยอดเครือข่ายทางการค้า ขณะเดียวกันยังเป็นเวทีให้ผู้บริโภคได้รับรู้คุณค่าและอัตลักษณ์ของสินค้า GI ที่เชื่อมโยงกับภูมิปัญญาและสภาพทางภูมิศาสตร์ในแหล่งกำเนิดของสินค้า

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

