“พาณิชย์”ผนึกหน่วยงานพันธมิตร ลงพื้นที่ จ.ตาก ตรวจสอบธุรกิจเสี่ยงนอมินี

img

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ที่ จ.ตาก ตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง 4 แห่ง ที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ถือครองที่ดิน และโรงงานแปรรูปและรับซื้อบุก เผยได้ตรวจสอบมีการใช้คนไทยเป็นนอมินีหรือไม่ ส่วนสำนักงานที่ดินตรวจสอบการถือครองที่ดิน สำนักงานอุตสาหกรรม ตรวจใบอนุญาตโรงงาน ระบุในแม่สอด มีบริษัทที่มีต่างชาติมาร่วมลงทุน 234 ราย เตรียมตรวจสอบทั้งหมด
         
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้ลงพื้นที่ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตาก และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กอรมน. จังหวัดตาก (ท.) สำนักงานจังหวัดตาก ตำรวจภูธรจังหวัดตาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก สำนักงานที่ดินจังหวัดตาก สำนักงานขนส่งจังหวัดตาก สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดตาก สำนักงานเกษตรจังหวัดตาก สำนักงานสรรพากรพื้นที่ตาก สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตาก และสำนักงานจัดหางานจังหวัดตาก โดยเข้าตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงจำนวน 4 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจถือครองที่ดิน และโรงงานแปรรูปและรับซื้อบุก หลังพบจังหวัดตากเป็นหนึ่งในพื้นที่ ที่มีการลงทุนของชาวต่างชาติจำนวนมาก
         
โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลสำคัญ อาทิ สถานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ โครงสร้างผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท แหล่งที่มาของเงินลงทุน เอกสารทางบัญชี การเสียภาษี และการบริหารจัดการกิจการ เพื่อพิสูจน์ความเป็นเจ้าของธุรกิจที่แท้จริง รวมถึงตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างผู้ถือหุ้นไทยและต่างชาติว่ามีลักษณะเข้าข่ายการถือหุ้นแทนหรือไม่ ขณะเดียวกัน สำนักงานที่ดินจังหวัดตากได้ร่วมตรวจสอบสิทธิ์การถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ ส่วนสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตากได้ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์เชิงลึกในขั้นตอนต่อไป
         


ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า จังหวัดตากมีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่จำนวน 3,244 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 14,466 ล้านบาท โดยอำเภอแม่สอดเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด มีนิติบุคคลตั้งอยู่ถึง 2,080 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 64 ของนิติบุคคลทั้งหมด สะท้อนบทบาทของแม่สอดในฐานะประตูการค้าและการลงทุนที่สำคัญเชื่อมโยงประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน
         
จากการวิเคราะห์โครงสร้างการถือหุ้น พบว่า นิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นกับคนไทยในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 49.99 มีจำนวน 224 ราย โดยกระจุกตัวอยู่ในอำเภอแม่สอดถึง 203 ราย ขณะที่นิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไป มีจำนวน 10 ราย ซึ่งครึ่งหนึ่งตั้งอยู่ในอำเภอแม่สอดเช่นกัน แม้การถือหุ้นร่วมกันระหว่างคนไทยและชาวต่างชาติจะสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย แต่หากพบว่าคนไทยเป็นเพียงผู้ถือหุ้นในนาม ไม่มีส่วนร่วมในการลงทุน ไม่มีอำนาจบริหารจัดการ หรือใช้เงินทุนของชาวต่างชาติในการซื้อหุ้น อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542
         
สำหรับจังหวัดตาก ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการค้า การขนส่ง และการลงทุนชายแดนที่มีศักยภาพสูง จึงเป็นพื้นที่ ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การถือครองที่ดิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งกฎหมายกำหนดเงื่อนไขและข้อจำกัดเกี่ยวกับสิทธิของคนต่างด้าวไว้อย่างชัดเจน โดยกรมจะเดินหน้าตรวจสอบเชิงลึกและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากพบการใช้คนไทยเป็นนอมินีหรือการประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ สร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ และรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
         
“การลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงในจังหวัดตากครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกของกรมในการป้องกันและปราบปรามการใช้โครงสร้างนิติบุคคลอำพรางการถือครองธุรกิจของคนต่างด้าว โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่มีการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็ว การปราบปรามนอมินีไม่ใช่เพียงการบังคับใช้กฎหมาย แต่เป็นการรักษาความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ คุ้มครองผู้ประกอบการไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบการลงทุนของประเทศในระยะยาว”นายพูนพงษ์กล่าว


 

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง