​“ศุภจี”สั่งลุยขับเคลื่อน 5 โครงการยุทธศาสตร์ ผลงานพาณิชย์จังหวัดใช้ AI ช่วยทำงาน

img

“ศุภจี”รับฟังข้อเสนอแผนงานเชิงยุทธศาสตร์ ที่ได้จากโครงการฝึกอบรม “หลักสูตรการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน” ให้แก่พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เผยได้ข้อสรุป 5 โครงการเด่น การบริหารจัดการข้าวไทย , ผ้าทอไทยสู่สากล , Fruit Connect to Future , Food Local to Global และการค้าบริการไทย ก้าวไกล ยั่งยืน ชี้เป็นประโยชน์กับการสร้างความเข้มแข็งภาคเกษตร ผู้ประกอบการรายย่อย ยันนำมาขับเคลื่อนเต็มที่
         
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับฟังข้อเสนอแผนงานเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นผลสัมฤทธิ์จากการจัดโครงการฝึกอบรม “หลักสูตรการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน” ให้แก่พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิดหลัก “เศรษฐกิจการค้าไทยเข้มแข็ง เป็นธรรม เติบโตอย่างยั่งยืน” (MOC+) โดยกิจกรรมนี้ ได้เปิดโอกาสให้พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศร่วมกันคิดนอกกรอบ (Thinking Out of the Box) และนำเสนอแนวทางการทำงานใหม่ ๆ ที่สามารถนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างเป็นรูปธรรม  
         
โดยมีการนำเสนอโครงการเชิงลึกแบบบูรณาการร่วมกันทั่วทั้งกระทรวงพาณิชย์ จำนวน 5 โครงการ ซึ่งเห็นว่าล้วนเป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญตามนโยบายหลักของกระทรวงพาณิชย์ ก็ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และร่วมกันผลักดันแนวคิดดี ๆ เพื่อประโยชน์ของเกษตรกร ประชาชน และผู้ประกอบการรายย่อย เพราะพาณิชย์จังหวัดทุกแห่งถือเป็นหน้าต่างและประตูบานแรกของการรับรู้ปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ หากพื้นที่ไม่สามารถสะท้อนข้อมูลและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงให้ส่วนกลางรับทราบได้อย่างทันท่วงที ก็อาจทำให้การเข้าไปช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาไม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอให้พาณิชย์จังหวัดทุกแห่งทำหน้าที่ดังกล่าวอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมทั้งยึดหลักการบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกกระทรวง เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด
         
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์พร้อมเดินหน้าผลักดันยุทธศาสตร์ทั้ง 5 กลุ่มนี้ให้เกิดขึ้นจริง โดยจะใช้โมเดลบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค (สำนักงานพาณิชย์จังหวัด) และส่วนต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโต มั่งคั่ง และยั่งยืน
         


สำหรับ 5 โครงการที่มีการนำเสนอ ได้แก่ 1.การบริหารจัดการข้าวไทย ทันสมัย แม่นยำ (Smart Rice Ecosystem) พลิกโฉมการบริหารจัดการข้าวไทยทั้งระบบภายใต้แนวคิด “ตลาดนำการผลิต” โดยนำ AI และ Data Analytics มาร่วมกับภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อคาดการณ์ผลผลิต พฤติกรรมผู้บริโภค และความต้องการของตลาดโลกล่วงหน้าอย่างแม่นยำ ผ่านแพลตฟอร์ม Thai Rice Digital Marketplace และ Market Intelligence Platform พร้อมพัฒนาระบบ AI Chatbot คอยให้บริการข้อมูลเกษตรกรตลอด 24 ชั่วโมง มุ่งเปลี่ยนจากสินค้าโภคภัณฑ์ราคาถูกสู่ข้าวอัตลักษณ์ระดับพรีเมียม (Premium Rice Business) ที่เชื่อมโยงระบบตรวจสอบย้อนกลับ (QR Code Traceability) เพิ่มรายได้และสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน
         
2.ผ้าทอไทยสู่สากล แก้ข้อจำกัด (Pain Point) ด้านการตลาดของผ้าไทยชุมชน โดยเน้นการพัฒนาลวดลายผ้าในรูปแบบร่วมสมัยที่ทอได้ง่ายขึ้น และพัฒนา Pattern การตัดเย็บให้เหมาะสมต่อการสวมใส่ได้จริงในทุกโอกาส (Everyday Wear) ตลอดจนส่งเสริมการทำ Co-Branding หรือ Collaboration ร่วมกับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ แฟชั่น และโรงแรมชั้นนำ พร้อมการใส่ Storytelling เล่าเรื่องราวอันมีเสน่ห์ของภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเพิ่มมูลค่าทางพาณิชย์ทั้งในและต่างประเทศ
         
3.Fruit Connect to Future Food สู่อุตสาหกรรมนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต สร้างแพลตฟอร์มเชื่อมต่อระบบข้อมูลและการบริหารจัดการผลไม้เศรษฐกิจไทย อาทิ ทุเรียน แก้ไขปัญหาราคาผันผวนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงกลางน้ำ และใช้ AI Dashboard มาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการตลาดปลายน้ำ เพื่อขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจนวัตกรรมผลไม้แปรรูปขั้นสูง (Future Food Innovation) เช่น แป้งทุเรียน (Durian Flour) ทุเรียนฟรีซดราย (Freeze Dried) อาหารฟังก์ชัน (Functional Food) และสารสกัดเพื่อสุขภาพ (Nutraceutical) เพื่อขยายโอกาสการลงทุนและขยายสู่ตลาดโลก
         
4.Local to Global สินค้าไทยจากชุมชน สู่ชั้นวางระดับโลก ยุทธศาสตร์สร้างสะพานเชื่อมโยงผู้ประกอบการรายย่อย (SME และ Micro SME) ที่เปราะบางกว่า 2.26 ล้านรายทั่วประเทศ ผ่านแพลตฟอร์ม MOC Matching Platform โดยเป็นการประสานพลังแบบ “พาณิชย์จังหวัด (ต้นน้ำ) x ทูตพาณิชย์ (ปลายน้ำ) x ภาคเอกชน” คัดเลือกสินค้าศักยภาพชุมชน (GI, BCG, Soft Power, Craft, Wellness) มาปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly) และผลักดันเข้าสู่แพลตฟอร์ม E-Commerce ระดับโลก อาทิ Amazon, Alibaba และ TikTok ควบคู่กับการจัดโครงการนำร่อง Sandbox 1 จังหวัด 1 ตลาดเป้าหมาย ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ผู้ประกอบการไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ภายใน 1 ปี
         
5.การค้าบริการไทย ก้าวไกล ยั่งยืน เปลี่ยนนิยาม Soft Power ของอาหารและบริการไทยให้กลายเป็น “Trust Power” ที่น่าเชื่อถือในใจคนทั้งโลก โดยการใช้ Gastro-Wellness Economy เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงคุณค่าตลอดห่วงโซ่เศรษฐกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำเกษตรวัตถุดิบคุณภาพและสมุนไพรไทย ไปสู่กลางน้ำอย่างอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม และปลายน้ำในภาคบริการอย่างร้านอาหารมาตรฐาน Thai SELECT แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Destination) และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ผ่านแผนปฏิบัติการเร่งด่วน “Thai Service Sprint 90 วัน” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและกระจายรายได้กลับสู่ SME และชุมชนท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง