กรมการค้าต่างประเทศติดตามสถานการณ์เมียนมากลับมาเปิดด่านเมียวดี ตรงข้ามด่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สอด พบเป็นสัญญาณบวกต่อการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ช่วงครึ่งปีหลัง หลายสินค้ามีโอกาสส่งออกได้เพิ่มขึ้น จับตามาตรการ Import License จะเป็นอุปสรรค เตรียมยกหารือในเวที JTC และติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ทั้งมาตรการการค้า นโยบายบริการเงินตราต่างประเทศ การควบคุมสินค้าตามแนวชายแดน
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการติดตามสถานการณ์เมียนมาได้กลับมาเปิดทำการด่านเมียวดี ซึ่งอยู่ตรงข้ามด่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2569 หลังปิดด่านตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค.2568 ว่า นับเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการค้าชายแดนไทย-เมียนมา เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเป็นประตูการค้าสำคัญที่เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจหลักของเมียนมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสฟื้นการส่งออกสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม ยา สินค้าอุปโภคบริโภค วัสดุก่อสร้าง เชื้อเพลิง เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์และอุปกรณ์ รวมถึงสินค้าอุตสาหกรรมที่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและภาคการผลิตของเมียนมา
ทั้งนี้ แม้การเปิดด่านจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวด้านโลจิสติกส์และลดต้นทุนการขนส่ง แต่การฟื้นตัวของการค้าชายแดน ยังขึ้นอยู่กับมาตรการควบคุมการนำเข้าของเมียนมา โดยเฉพาะระบบการขอใบอนุญาตนำเข้า (Import License) ซึ่งเชื่อมโยงกับรายได้จากการส่งออก (Export Earning) ของผู้นำเข้า ผู้ประกอบการจะต้องมีวงเงิน Export Earning หรือได้รับการจับคู่กับผู้ที่มีวงเงินเพียงพอจึงจะสามารถใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติการนำเข้าสินค้าได้ ส่งผลให้ขั้นตอนการดำเนินการใช้เวลานานขึ้น และสินค้าบางประเภทต้องได้รับการอนุมัติเป็นรายกรณี

นางอารดากล่าวว่า กรมจะเดินหน้าผลักดันการอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างไทยและเมียนมาอย่างต่อเนื่อง และจะหยิบยกประเด็นนี้ เจรจากับกระทรวงพาณิชย์ของเมียนมาในการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC) ไทย-เมียนมา ที่กระทรวงพาณิชย์โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศมีกำหนดจัดภายในปีนี้ เพื่อหาแนวทางการผ่อนคลายอุปสรรคดังกล่าว และหาแนวทางเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบ Export Earning เพื่อให้การอนุมัติการนำเข้าสินค้ามีความรวดเร็วและคล่องตัวมากขึ้น
นอกจากนี้ จะติดตามสถานการณ์การเปิดด่านเมียวดี มาตรการการค้า และนโยบายบริหารเงินตราต่างประเทศของเมียนมา ตลอดจนผลกระทบจากมาตรการควบคุมสินค้าตามชายแดนของกระทรวงกลาโหมที่ได้กำหนดให้อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นหนึ่งในพื้นที่ควบคุมการนำเข้า-ส่งออกสินค้า เพื่อป้องกันและปราบปรามธุรกิจสแกมเมอร์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า ลดอุปสรรคในการส่งออกของผู้ประกอบการไทย และผลักดันการค้าชายแดนไทย–เมียนมาให้กลับมาเติบโตต่อไป
“การค้าชายแดนไทย-เมียนมา ผ่านด่านศุลกากรแม่สอดในช่วง 4 เดือน ปี 2569 (ม.ค.-เม.ย.) มีมูลค่า 18,186 ล้านบาท ลดลง 39.75% เป็นการส่งออก มูลค่า 13,434 ลดลง 42.49% และนำเข้า มูลค่า 4,752 ล้านบาท ลดลง 30.38% ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนและมาตรการควบคุมการนำเข้าของเมียนมา แต่ข้อจำกัดด้านกฎระเบียบการนำเข้า การบริหารเงินตราต่างประเทศ และระบบ Export Earning Matching ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจนำเข้าสินค้าและกำลังซื้อของภาคเอกชนเมียนมา จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการค้าชายแดนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569”นางอารดากล่าว

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

