“ศุภจี”สั่งการเดินหน้าพัฒนา Dashboard สินค้าข้าว เชื่อมข้อมูล 3 กระทรวง พาณิชย์-เกษตร-อว. ใช้ดาวเทียม ข้อมูลการผลิต และการตลาด ให้เป็นข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อช่วยคาดการผลผลิตได้แบบเรียลไทม์ สามารถนำวางแผนการผลิต การตลาด มาตรการช่วยเหลือได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที นำร่อง จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนขยายให้ครบทั้งประเทศ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้กระทรวงพาณิชย์ยกระดับการใช้ข้อมูลเชิงลึก เพื่อบริหารจัดการอุปสงค์ อุปทานสินค้าข้าวเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ โดยต้องเปลี่ยนจากการบริหารแบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การบริหารเชิงรุกที่ใช้ข้อมูลเป็นฐาน (Data-Driven Policy) ด้วยการใช้ Dashboard คาดการณ์ผลผลิต เพื่อช่วยให้สามารถติดตามสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ และวางแผนการผลิต การตลาด รวมถึงการดูดซับผลผลิตได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที
โดยล่าสุด สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่ อ.ภาชี และ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ติดตามและเร่งผลักดันการนำร่องระบบ Dashboard ดังกล่าว โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และบูรณาการข้อมูลร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กรมส่งเสริมการเกษตร และเกษตรกร เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ต้นทางการผลิตจนถึงปลายทางการตลาดให้เป็นข้อมูลชุดเดียวสำหรับใช้สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย

สำหรับผลการลงพื้นที่ พบว่า ความแม่นยำของช่วงผลผลิต ข้อมูลดาวเทียมสอดคล้องกับข้อเท็จจริงค่อนข้างสูง แต่จำเป็นต้องบูรณาการข้อมูลพันธุ์ข้าว ข้อมูลสำรวจภาคสนาม และข้อมูลช่วงการเจริญเติบโต เพื่อเพิ่มความแม่นยำ การจัดการข้อมูลพันธุ์ข้าว จำเป็นต้องรวมฐานข้อมูลให้เป็นระบบเดียว เพื่อใช้วางแผนการผลิตและเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม และการใช้ฐานข้อมูลร่วมกัน จะช่วยให้หน่วยงานสามารถใช้ประโยชน์เชิงนโยบายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สามารถบริหารจัดการการผลิตและคุณภาพได้แม่นยำ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สามารถคาดการณ์แนวโน้มตลาดและเตรียมมาตรการรองรับได้ล่วงหน้า
นอกจากนี้ เกษตรกรในพื้นที่ ยืนยันว่า ข้อมูลดาวเทียมสามารถประเมินช่วงเวลาการเพาะปลูกได้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการพัฒนา Dashboard ให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยกระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าจะยกระดับระบบดังกล่าวให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 2 เดือน เพื่อให้สามารถใช้งานได้จริงในระดับพื้นที่และรองรับการตัดสินใจเชิงนโยบาย
ส่วนในระยะต่อไป กระทรวงพาณิชย์เตรียมนำเทคโนโลยี AI และแบบจำลอง Prism Model (Precision Rice Intelligence for Strategy & Market Model) มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์อุปสงค์ข้าวจากตลาดโลก เพื่อประเมินศักยภาพตลาด (Market Potential) วิเคราะห์ข้อจำกัดทางการค้า (Market Friction) และกำหนดกลยุทธ์เชิงรุก (Strategy Intelligence) ให้การส่งออกข้าวไทยสามารถตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มได้อย่างแม่นยำต่อไป
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์มีแผนต่อยอดความสำเร็จจากต้นแบบความร่วมมือใน จ.พระนครศรีอยุธยา ขยายการดำเนินงานสู่ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อพลิกโฉมการบริหารจัดการข้าวด้วยเทคโนโลยี Big Data และ AI ให้สามารถติดตามสถานการณ์ผลผลิต และบริหารจัดการอุปสงค์ อุปทานได้แบบเรียลไทม์อย่างครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนการผลิต การเชื่อมโยงตลาด ไปจนถึงการกำหนดมาตรการเชิงนโยบายได้อย่างแม่นยำและทันต่อสถานการณ์ เพราะเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ คือ การสร้างระบบบริหารจัดการข้าวทั้งประเทศ ที่เชื่อมโยงข้อมูลทุกระดับให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้สามารถบริหารอุปสงค์ อุปทานได้แบบเรียลไทม์ และยกระดับข้าวไทยให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืน

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

