“โฆษกพาณิชย์” ยันกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในทุกมิติ กำชับเจ้าหน้าที่ทุกระดับปฏิบัติงานด้วยความสุจริต โปร่งใส ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ พร้อมย้ำมีมาตรการกำกับดูแล ทุกระดับ และมุ่งพัฒนางานบริการไปสู่ออนไลน์เต็มรูปแบบ ลดการพบปะเจ้าหน้าที่ มีขั้นตอนดำเนินงานชัดเจน พร้อมเปิดช่องทางให้แจ้งเบาะแสได้ตลอดเวลา
นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีภาคเอกชนสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ และระบุว่ามีหลายหน่วยงานมีการคอร์รัปชันและเรียกรับสินบน ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในทุกมิติ โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส และไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์หรือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทุกรูปแบบ และยังได้กำหนดแนวทางป้องกันปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง พร้อมเปิดรับความเห็นและให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายในการพัฒนากระบวนการทำงานให้ปราศจากการทุจริตและตรวจสอบได้
ทั้งนี้ ยังได้ยกระดับความเข้มงวดในการกำกับดูแลภายในองค์กร โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานภายในกระทรวงฯ ทบทวนกระบวนการปฏิบัติงาน ลดช่องว่างที่อาจนำไปสู่ความไม่โปร่งใส รวมทั้งกำชับบุคลากรทุกระดับของกระทรวงฯ ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต ถูกต้อง โปร่งใส และยึดหลักจริยธรรมอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะส่วนงานบริการที่เกี่ยวข้องกับประชาชนและผู้ประกอบการ รวมทั้งกำหนดมาตรการติดตาม ตรวจสอบ และรายงานข้อร้องเรียนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม

“เรื่องนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีนโยบายและกำชับทุกหน่วยงานในกระทรวงฯ สื่อสารกับบุคลากรภายในองค์กร และเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนตระหนักถึงเรื่องจริยธรรมและความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน ควบคู่กับการเพิ่มมาตรการตรวจสอบภายในอย่างเข้มงวด และหากตรวจพบการกระทำผิด จะดำเนินการทางวินัยและตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดถึงที่สุดโดยไม่มีการละเว้น”นายกรนิจกล่าว
นายกรนิจกล่าวว่า สำหรับการป้องกันปัญหา กระทรวงฯ ได้เร่งเดินหน้าทบทวนขั้นตอนการให้บริการทั้งกระบวนงาน โดยกำหนดแนวทางการติดต่อประสานงานกับประชาชนจะไม่ใช้ช่องทางส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ แต่ดำเนินการผ่านระบบที่ตรวจสอบได้ การส่งเสริมให้ประชาชนรับบริการของกระทรวงฯ ผ่านช่องทางออนไลน์เต็มรูปแบบ เพื่อลดการติดต่อแบบเผชิญหน้า และเพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอนของการให้บริการ รวมถึงปรับปรุงคู่มือและขั้นตอนการให้บริการให้มีความชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนสามารถรับทราบขั้นตอน ระยะเวลา และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ยังได้เปิดช่องทางให้ประชาชนและผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการดำเนินงานมากยิ่งขึ้น ผ่านการประเมินความพึงพอใจหลังรับบริการ การแจ้งข้อเสนอแนะหรือร้องเรียนผ่านช่องทางต่าง ๆ ของกระทรวงฯ เพื่อร่วมกันตรวจสอบและสร้างระบบการให้บริการปราศจากการทุจริต และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง โดยกระทรวงฯ ยืนยันว่าจะเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยยึดประโยชน์ของประชาชนและผู้ประกอบการเป็นสำคัญ พร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่ยอมรับการทุจริตทุกรูปแบบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการสำรวจของภาคเอกชน ระบุว่า มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ 2 แห่ง คือ กรมทรัพย์สินทางปัญญา เรียกเงิน 40,000 บาทต่อครั้ง อยู่ในลำดับที่ 15 ของหน่วยงานที่มีการเรียกเงินสูงสุด และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรียกเงิน 36,250 บาทต่อครั้ง อยู่ในลำดับที่ 21 แต่ไม่มีรายละเอียดว่าเป็นการเรียกเงินในการใช้บริการงานด้านใด หรือเรื่องอะไร

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

