สนค.เผยดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาสที่ 1 ปี 69 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% กลับมาขยายตัวหลังจากลดลง 2 ไตรมาส มีสาเหตุสำคัญจากราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำต้นทุนขนส่งสูงขึ้นและมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น คาดแนวโน้มไตรมาสที่ 2 ยังเพิ่มต่อเนื่อง แต่หากความขัดแย้งคลี่คลาย ค่าดัชนีจะลดลง แนะผู้ประกอบการปรับตัว ใช้พลังงานทางเลือก การขนส่งหลายรูปแบบ ส่วนรัฐต้องมีมาตรการช่วย ก่อนส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาสที่ 1 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 ปรับตัวสูงขึ้น 0.4% กลับมาขยายตัว หลังจากลดลงต่อเนื่อง 2 ไตรมาส โดยมีสาเหตุสำคัญจากการสูงขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่งมีภาระต้นทุนสูงขึ้นทันที จึงจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาค่าขนส่งให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
โดยดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนที่เพิ่มขึ้น มาจากการสูงขึ้นของค่าบริการในหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 0.5% จากการสูงขึ้นของสิ่งทอ เครื่องจักรและเครื่องมือ ผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียมและเคมีภัณฑ์ เป็นสำคัญ และหมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง เพิ่มขึ้น 0.1% จากการสูงขึ้นของสินแร่โลหะที่ไม่ใช่เหล็ก แต่หมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง ลดลง 0.3% จากการลดลงของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร

สำหรับดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน โครงสร้างแบ่งตามประเภทรถ ไตรมาสที่ 1 เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 โดยเป็นการสูงขึ้นของประเภทรถ ดังนี้ รถกระบะบรรทุก เพิ่มขึ้น 0.2% รถพ่วง เพิ่มขึ้น 0.5% และรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว เพิ่มขึ้น 1.4% สำหรับประเภทรถที่ราคาลดลง ได้แก่ รถตู้บรรทุก ลดลง 0.2% รถบรรทุกของเหลว ลดลง 1.4% รถบรรทุกวัสดุอันตราย ลดลง 0.2% และรถบรรทุกเฉพาะกิจ ลดลง 0.1%
นายนันทพงษ์กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 คาดการณ์ว่าจะมีทิศทางปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการกำหนดราคาค่าบริการขนส่ง ภาวะดังกล่าวยังคงเป็นความท้าทายหลักของผู้ประกอบการที่ต้องบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางสภาวะราคาเชื้อเพลิงที่ผันผวน ซึ่งส่งผลให้แนวโน้มราคาค่าบริการขนส่งในภาพรวมมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น เพื่อสะท้อนภาระต้นทุนที่แท้จริงในช่วงไตรมาสถัดไป
อย่างไรก็ตาม ทิศทางของดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนยังคงมีความไม่แน่นอนสูง และอาจไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หากปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางสามารถคลี่คลายลงได้เร็วกว่าที่ประเมินไว้ ซึ่งจะส่งผลบวกโดยตรงต่อการฟื้นตัวของอุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกและส่งผลให้ระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวลดลง โดยหากสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น จะช่วยบรรเทาภาระต้นทุนให้กับผู้ประกอบการขนส่ง และอาจส่งผลให้ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนมีการชะลอตัวหรือปรับตัวลดลงตามกลไกตลาดที่ผ่อนคลายขึ้นในระยะถัดไป
“ภาคการขนส่งของประเทศไทยในขณะนี้กำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญจากความผันผวนของราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นต้นทุนพื้นฐานที่ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ด้วยเหตุนี้ การดำเนินนโยบายในระยะต่อไปจึงต้องมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศโลจิสติกส์ที่มีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือกและการขนส่งหลายรูปแบบ เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียว ส่วนภาครัฐอาจต้องพิจารณามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่ง เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของค่าขนส่งถือเป็นต้นน้ำที่สำคัญ ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจมีการส่งผ่านภาระดังกล่าวไปสู่ราคาสินค้า และกลายเป็นปัจจัยกดดันต่อค่าครองชีพของประชาชน”นายนันทพงษ์กล่าว

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

