​“ปลัดพาณิชย์”ถกรัฐมนตรีรัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนต ร่วมมือการค้า ขอเร่ง FTA ไทย-EU

img

“ปลัดพาณิชย์” หารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การคมนาคม การเกษตร และการปลูกองุ่นเพื่อผลิตไวน์แห่งรัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนต ของเยอรมนี เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ ร่วมมือขยายการค้า ลงทุน และความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ พร้อมขอเยอรมนีช่วยหนุนการเจรจา FTA ไทย-EU ให้สรุปผลโดยเร็ว เพื่อสร้างประโยชน์สองฝ่าย และเชิญร่วมงานแสดงสินค้าในไทย และที่ไทยไปเข้าร่วมที่เยอรมนี
         
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้พบหารือกับนางดาเนียลา ชมิทท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การคมนาคม การเกษตร และการปลูกองุ่นเพื่อผลิตไวน์แห่งรัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนต สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในโอกาสนำคณะนักธุรกิจชาวเยอรมนีเดินทางเยือนประเทศไทย เพื่อแสวงหาโอกาสด้านการค้า การลงทุน และความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2569 ที่ผ่านมา ที่กระทรวงพาณิชย์

สำหรับรัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนต เป็นรัฐสำคัญที่มีขนาด GDP ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของเยอรมนี มีสินค้าสำคัญ อาทิ เคมีภัณฑ์ ยาและเวชภัณฑ์ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ยานพาหนะเชิงพาณิชย์ และไวน์ ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน โดยเฉพาะด้าน Smart Farming เทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมการเกษตร และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับภาคการเกษตร
         


นอกจากนี้ ได้หารือการส่งเสริมประโยชน์ระหว่างกัน อาทิ อุตสาหกรรมอาหารไทยกับไวน์ของรัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนต และอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ซึ่งไทยมีศักยภาพ และรัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนตเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่บริษัท BASF ซึ่งเป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์อันดับหนึ่งของโลกที่จะเกื้อหนุนซึ่งกันและกันได้ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่าง ๆ ผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังได้ใช้โอกาสนี้ ย้ำถึงเสถียรภาพของรัฐบาลไทย และศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งความพร้อมในการเปิดรับการลงทุนจากเยอรมนี โดยเฉพาะการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในสาขาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ยา และยานยนต์ ซึ่งรัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนตมีความเชี่ยวชาญอีกด้วย
         
นายวุฒิไกรกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายยังย้ำถึงความสำคัญในการเร่งรัดการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU) โดยไทยขอให้เยอรมนีช่วยสนับสนุนการเจรจา FTA ไทย-EU ให้สรุปผลได้โดยเร็ว ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากแก่ทั้งสองฝ่าย และนำไปสู่การขยายการค้าและการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต และยังได้เชิญเยอรมนีเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้าที่จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ อาทิ งาน THAIFEX-ANUGA Asia ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในวันที่ 26-30 พ.ค.2569 และเยี่ยมชม Thai Pavilion ในงาน ANUGA 2027 ณ เมืองโคโลญ เยอรมนี ในช่วงเดือน ต.ค.2570
         
เยอรมนีเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป โดยในปี 2568 การค้าระหว่างไทยกับเยอรมนี มีมูลค่า 11,602.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปเยอรมนี มูลค่า 5,734.44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากเยอรมนี มูลค่า 5,868.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล และผลิตภัณฑ์ยาง และสินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การแพทย์

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง