กรมการค้าต่างประเทศจับมือสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) นำคณะผู้แทนไทยเดินทางไปหารือกับ 11 หน่วยงานหลัก ที่เบลเยี่ยม เกี่ยวกับกฎระเบียบการค้าเพชรใหม่ของ EU และ G7 ทำความเข้าใจมาตรฐานใหม่ และช่วยให้ผู้ประกอบการไทย สามารถปรับกลยุทธ์ รักษามาตรฐาน ตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของเพชร เพื่อไทยไทยยังคงขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดค้าเพชรโลกได้ต่อไป
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมพร้อมด้วยนายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT นำคณะผู้แทนไทย เดินทางไปหารือกับ 11 หน่วยงานหลัก ที่เบลเยี่ยม เกี่ยวกับกฎระเบียบการค้าเพชรใหม่ของสหภาพยุโรป (EU) และกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก 7 ประเทศ (G7) เพื่อให้เข้าใจมาตรฐานที่จะนำมาใช้ใหม่ และช่วยให้ผู้ประกอบการไทยปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับความต้องการของตลาด การรักษาคุณภาพมาตรฐาน การตรวจสอบย้อนกลับและการยืนยันแหล่งที่มาของเพชร ซึ่งจะทำให้ภาคเอกชนไทยปรับตัวเข้ากับกฎเกณฑ์ใหม่ได้อย่างมั่นคง และสามารถรับมือกับความท้าทายในตลาดเพชรโลกได้ต่อไป
โดยผลการหารือ มีข้อสรุปดังนี้ 1.การสร้างกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยหารือร่วมกับหน่วยงานด้านนโยบายการต่างประเทศและการค้าภายใต้คณะกรรมาธิการยุโรป อาทิ Service for Foreign Policy Instruments (FPI) และ Directorate-General for Trade (DG TRADE) รวมถึงหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของเบลเยียม เช่น Federal Public Service Economy, Federal Public Service Finance และ Antwerp World Diamond Centre (AWDC) เพื่อวางแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับผู้ประกอบการไทยในการปฏิบัติตามระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เต็มรูปแบบ

2.การลดอุปสรรคในการส่งออก โดยมุ่งเน้นการทำความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับเอกสารพิสูจน์แหล่งกำเนิดเพชร (Due Diligence Statement on Diamond Origin) สำหรับเพชรเจียระไนขนาด 0.5 กะรัตขึ้นไป เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจากไทยจะไม่ถูกสกัดกั้นและสามารถเข้าสู่ตลาดโลกได้อย่างราบรื่น
3.การยกระดับความเชื่อมั่นผ่านมาตรฐานการตรวจสอบและออกใบรับรองเพชรกับสถาบัน HRD Antwerp และการใช้เทคโนโลยี Blockchain ในการติดตามเพชรตลอดห่วงโซ่อุปทานกับบริษัท HB Antwerp เพื่อเป็นเครื่องมือให้ผู้ประกอบการไทยใช้ยืนยันแหล่งที่มาของเพชรได้อย่างโปร่งใสตามมาตรฐานสากล
4.การตอกย้ำภาพลักษณ์การค้าโปร่งใส ซึ่งกรมได้นำเสนอความเข้มงวดของระบบการกำกับดูแลการนำเข้า-ส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนของไทยภายใต้กรอบความตกลง Kimberley Process Certification Scheme (KPCS) เพื่อยืนยันว่า ประเทศไทยไม่มีส่วนสนับสนุนการค้าเพชรแห่งความขัดแย้ง (Conflict Diamonds) และยังได้มีการหารือเชิงเทคนิค ซึ่งจะช่วยให้ไทยสามารถจัดการระบบการตรวจสอบและออกใบรับรองที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด EU ซึ่งเป็นคู่ค้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนอันดับ 1 ของไทยได้อย่างถูกต้อง
“การหารือครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย แม้ว่าปัจจุบันตลาดเพชรโลกยังเผชิญกับปัจจัยที่ท้าทาย เช่น อุปทานและอุปสงค์ที่ลดลง ความผันผวนของราคา ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเติบโตของตลาดเพชรสังเคราะห์ที่ได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ โดยคาดว่าตลาดเพชรธรรมชาติจะกลับมาฟื้นตัวในอนาคต เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดโดยเฉพาะ Emotional Market ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับความต้องการของตลาด รวมทั้งปฏิบัติตามเงื่อนไขการค้าเพชรโลก”นางอารดากล่าว

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

