​กรมเจรจาฯ ติวเข้มเกษตรกร มะขาม ขิง อะโวคาโด ผักสด สมุนไพร ใช้ FTA ส่งออก

img

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ นำทีมวิทยากรภาครัฐและเอกชน ลงพื้นที่จัดสัมมนาติวเข้มเกษตรกรและผู้ประกอบการสินค้า มะขาม ขิง อะโวคาโด ผักสด และสมุนไพร ใน จ.เพชรบูรณ์ ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้า พร้อมชี้ช่องขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งการพัฒนามาตรฐาน การทำตลาด และเงินทุน และผลักดันให้ใช้ประโยชน์จาก FTA ส่งออกต่างประเทศ  
         
นายธัชชญาน์พล อภิมนต์เตชบุตร รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้นำทีมวิทยากรภาครัฐและภาคเอกชน จัดสัมมนาเปิดเวทีหารือกับเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการสินค้ามะขาม ขิง อะโวคาโด ผักสด และสมุนไพรในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ภายใต้โครงการพัฒนาความพร้อมทางการค้าของสหกรณ์ไทยสู่การค้าเสรี ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ ระหว่างวันที่ 26-27 มี.ค.2569 ที่ผ่านมา โดยให้ความรู้เกี่ยวกับ FTA การค้าระหว่างประเทศ กฎระเบียบทางการค้า อัตราภาษีศุลกากร และมาตรฐานรับรองสินค้า โดยเฉพาะมาตรฐาน อย. ฮาลาล GAP และ GHPs ให้กับผู้ประกอบการ รวมถึงให้ความรู้กับเกษตรกรที่ผลิตสินค้าในระดับต้นน้ำ โดยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดทำมาตรฐานรับรองสินค้า เช่น GAP เกษตรอินทรีย์ และการขึ้นทะเบียนสินค้า GI เป็นต้น เพื่อพัฒนาเป็นผู้ประกอบการต่อไป 
         
ทั้งนี้ กรมยังได้ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมผู้ประกอบการพัฒนาสินค้าให้มีมาตรฐานรับรอง มุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและมีโอกาสเข้าสู่ตลาด โดยได้ยกตัวอย่างมาตรการทางการค้าที่ไทยและประเทศคู่ค้าใช้ในการปกป้องตลาดของตนเอง โดยเฉพาะมาตรการที่มิใช่ภาษี เช่น แรงงาน สิ่งแวดล้อม สุขอนามัยและสุขอนามัยพืช และข้อมูลโภชนาการบนฉลากอาหาร เป็นต้น เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้และสร้างความเข้าใจ
         


ขณะเดียวกัน ยังได้ชี้แนะผู้ประกอบการ สามารถขอรับการสนับสนุนความรู้ ทักษะ และเงินทุน สำหรับการพัฒนาธุรกิจจากโครงการต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐ คือ เกษตรกร รับแหล่งเงินทุนจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร หรือกองทุน คชก. จากกรมการค้าภายใน และกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร หรือกองทุน FTA จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ตลอดจนผู้ประกอบการหรือวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล สามารถเข้ารับแหล่งเงินทุนและความรู้จาก สสว. โดยเฉพาะโครงการ BDS (Business Development Service) ที่ให้ความช่วยเหลือด้านการจัดทำมาตรฐานรับรองสินค้า การตรวจวิเคราะห์สารหรือโภชนาการ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การเข้าร่วมงานแสดงและจำหน่ายสินค้า และการเจรจาจับคู่ธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการต้องประเมินตนเองว่าอยู่ในระดับต้นน้ำ กลางน้ำ หรือปลายน้ำของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อขอรับการสนับสนุนได้อย่างเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อการต่อยอดการค้า และภายหลังจากเกษตรกรและผู้ประกอบการได้รับทราบข้อมูลจากงานสัมมนา มีผู้สนใจสมัครขอรับการสนับสนุนจากโครงการดังกล่าวทันที
         
“กรมมั่นใจว่าการเปิดเวทีสัมมนาครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและความพร้อม พัฒนาเป็นผู้ส่งออก ใช้เครื่องมือ FTA สร้างแต้มต่อ แข่งขันได้ในยุคการค้าเสรี และมีส่วนร่วมต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดโลก รวมถึงนำสินค้าในพื้นที่เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานในตลาดโลก และจากนี้ กรมจะพิจารณาจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการและแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องการใช้ประโยชน์จาก FTA ในการส่งออกต่อไป”นายธัชชญาน์พลกล่าว

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง