​สู้รบตะวันออกกลาง ฉุดส่งออกข้าวอิรักวูบ 52.58% สหรัฐฯ ลด 25.16% ลูกค้าลังเลภาษี

img

กรมการค้าต่างประเทศเผยผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลาง ทำไทยชวดออเดอร์ส่งออกข้าวขายอิรัก 2 เดือนขายได้แค่ 9.2 หมื่นตัน ลด 52.58% ส่วนสหรัฐฯ ส่งออกได้ 1.16 แสนตัน ลด 25.16% เหตุคู่ค้าชะลอดูสถานการณ์ ภาษี ส่งผลให้ภาพรวมส่งออกได้เพียง 1.153 ล้านตัน ลด 4.16% คาดหากสงครามยืดเยื้อ เป้าทั้งปี 7 ล้านตัน ไปไม่ถึงแน่ ส่วนมันสำปะหลัง เริ่มแผ่ว ส่งออกได้ 9 แสนตัน ลด 32.33% ยังดีได้แรงซื้อจากจีน-ซาอุดิอาระเบีย แต่ยังมั่นใจทั้งปีเข้าเป้า 6-7 ล้านตัน 
         
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ผลจากความไม่สงบในตะวันออกกลางที่มีการสู้รบ ทำให้ไทยสูญเสียคำสั่งซื้อข้าวจากประเทศอิรักไปแล้วจำนวนมาก เพราะความไม่แน่นอนของเส้นทางการขนส่งที่จะต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และทะเลแดง รวมถึงค่าระวางเรือและค่าประกันภัยที่เพิ่มขึ้น โดยในช่วง 2 เดือน ปี 2569 (ม.ค.-ก.พ.) ไทยส่งออกข้าวไปอิรักได้เพียง 92,000 ตัน ลดลง 52.58% ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกข้าวไทยทำได้เพียง 1.153 ล้านตัน ลดลง 4.16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ส่งออกได้ 1.203 ล้านตัน มูลค่า 651 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจาก 770 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลง 15.45%
         
“ตอนนี้ ไทยเสียออร์เดอร์ส่งออกข้าวขาวจากอิรักไปมาก เพราะต้องส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่มีความเสี่ยง ทำให้ค่าประกันภัยสูงขึ้น รวมทั้งค่าระวางเรือยังสูงขึ้นแล้ว 30-40% จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่วนส่งออกไปประเทศอื่น ๆ ในตะวันออกกลาง ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน โดยปี 2568 ไทยส่งออกข้าวไปตะวันออกกลางรวมกว่า 1.34 ล้านตัน ในจำนวนนี้สัดส่วน 75% เป็นส่งออกไปอิรัก ที่เหลือเป็นเยเมน อิสราเอล ซาอุดิอาระเบีย โอมาน”
         


สำหรับการส่งออกข้าวไปสหรัฐฯ ในช่วง 2 เดือน ลดลงถึง 25.16% โดยส่งออกได้เพียง 116,000 ตัน เพราะความไม่แน่นอนของภาษีสหรัฐฯ ทำให้คู่ค้าชะลอดูสถานการณ์ แต่เมื่อศาลสูงสุดสั่งให้การเก็บภาษีตอบโต้ 19% เป็นโมฆะ และกลับมาเก็บภาษีที่ 10% ทำให้คำสั่งซื้อน่าจะกลับมา แต่มาเกิดการสู้รบในตะวันออกกลางซ้ำเติม จึงต้องรอดูว่าคำสั่งซื้อจากสหรัฐฯ จะกลับมาหรือไม่ ประกอบกับหากสงครามตะวันออกกลางยังยืดเยื้อไปอีกหลายเดือน อาจทำให้การส่งออกข้าวไทยในปีนี้ อาจพลาดเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 7 ล้านตัน แต่กรมจะพยามช่วยเหลือผู้ส่งออกหาเส้นทางส่งออกอื่น ๆ แทน แต่ยังไม่รู้จะคุ้มค่าหรือไม่
         
ส่วนการส่งมอบข้าวให้กับรัฐบาลจีนภายใต้สัญญาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ 500,000 ตัน และได้เริ่มส่งมอบล็อตแรก 40,000 ตันไปแล้วนั้น เดิมกำหนดส่งมอบตั้งแต่เดือนก.พ.-มี.ค.2569 แต่ก่อนการส่งมอบได้เกิดการสู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อการขนส่งบ้าง แต่กรมได้ร่วมกับภาครัฐและผู้ส่งออกข้าวกว่า 20 บริษัท เร่งแก้ปัญหาส่งออก เพื่อให้สามารถส่งออกไปจีนได้อย่างต่อเนื่อง แม้ต้นทุนต่าง ๆ ทั้งค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย เพิ่มสูงขึ้น แต่ก็ยังสามารถส่งมอบได้ ส่วนการส่งออกล็อตถัดไป คาดว่าจะเริ่มต้นได้ในเดือน เม.ย.2569 แม้ว่าราคาข้าวไทยจะสูงขึ้นจากต้นทุนต่าง ๆ สูงขึ้น แต่มั่นใจว่า ทางการจีนจะเข้าใจในสถานการณ์และรับกับราคาที่สูงขึ้นได้ โดยกรมจะเร่งจะเจรจากับทางการจีนอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบให้ครบ 500,000 ตันในเร็ว ๆ นี้
         
นางอารดากล่าวว่า การส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย ในช่วง 2 เดือนปี 2569 ภาพรวมอยู่ที่ 900,000 ตัน ลดลง 32.33% มูลค่า 12,310.14 ล้านบาท ลดลง 27.24% และในนี้ เป็นการส่งออกมันอัดเม็ด 70,000 ตัน มูลค่า 419.50 ล้านบาท ปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 133.33% และ 132.87% ตามลำดับ โดยยังคงมั่นใจว่าการส่งออกมันสำปะหลังในปี 2569 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 6-7 ล้านตัน เพราะได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของจีน และซาอุดีอาระเบีย
         
ทั้งนี้ ในส่วนของซาอุดิอาระเบีย เมื่อเร็ว ๆ นี้ ไทยเพิ่งจะส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไปให้ แม้ได้รับผลกระทบจากเส้นทางการขนส่ง จากปัญหาการสู้รบในตะวันออกกลาง แต่กรมได้ร่วมกับผู้ส่งออกและผู้นำเข้า ช่วยกันแก้ปัญหา เปลี่ยนเส้นทางการขนส่ง จนสามารถส่งมอบได้ แม้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาก แต่ทั้งผู้ส่งออกและผู้นำเข้าก็ยอมรับภาระที่เพิ่มขึ้นร่วมกัน  

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง