“ศุภจี”มอบนโยบายทูตพาณิชย์ ที่ประจำอยู่ใน 58 แห่งทั่วโลก ลุยผลักดันส่งออก รักษาตลาดเดิมควบคู่เปิดตลาดใหม่ ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงทั้งภูมิรัฐศาสตร์ สงครามตะวันออกกลาง นโยบายการค้า เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ช่วงนี้ขอเน้นสินค้าเกษตร ผลไม้ ธุรกิจบริการ และมุ่งเจาะเป็นรายตลาด อินเดีย จีน ตะวันออกกลาง ญี่ปุ่น ยุโรป
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการประชุมแผนผลักดันการค้าระหว่างประเทศเชิงรุก ปี 2569 ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) จากทั่วโลก 58 แห่ง ใน 43 เขตเศรษฐกิจ ว่า ได้ประเมินสถานการณ์การค้าโลกเชิงลึก และกำหนดยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการส่งออกไทยท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามตะวันออกกลาง นโยบายการค้า และภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ทำให้ไทยต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปรับตัวเพื่อให้การส่งออกยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
ทั้งนี้ ในสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง หรือ VUCA World มาจาก Volatility, Uncertainty, Complexity, Ambiguity (ความผันผวน ความไม่แน่นอน ความซับซ้อน และความคลุมเครือ) ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ต้องปรับยุทธศาสตร์การทำงาน เปลี่ยนเป็น VUCA ที่ประกอบด้วย Vision, Understanding, Clarity, Agility (วิสัยทัศน์ ความเข้าใจ ความชัดเจน และความคล่องตัว) รับมือกับความเปลี่ยนแปลง โดยนำแนวคิด TAM Model มาใช้ คือ Think Big–Act Small–Move Right คือคิดเชิงยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ แก้ปัญหาเป็นขั้นตอนเริ่มจากจุดเล็ก ๆ และปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์อย่างถูกต้องเหมาะสม

โดยได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ทั่วโลกทำงานเชิงรุก โดยเน้นรักษาตลาดเดิมควบคู่กับการเปิดตลาดใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดหลักมากเกินไป และในระยะเร่งด่วน ขอให้เร่งผลักดันสินค้าเกษตรและผลไม้ไทยสู่ตลาดต่างประเทศ รองรับฤดูกาลผลไม้ไทยที่กำลังจะออกสู่ตลาด รวมทั้งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมธุรกิจบริการของไทย อาทิ ดิจิทัลคอนเทนต์ เกม ภาพยนตร์ ซอฟต์แวร์ ร้านอาหารไทย และธุรกิจสุขภาพและเวลเนส ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ในตลาดโลก
สำหรับตลาดสำคัญที่ต้องเร่งขยาย เช่น อินเดียและเอเชียใต้ มุ่งเน้นสินค้าอาหาร วัตถุดิบอุตสาหกรรม และธุรกิจบริการ อาทิ การสนับสนุนวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเมืองรองที่มีชนชั้นกลางและกำลังซื้อเพิ่มขึ้น จีน เร่งรุกตลาดสินค้าเกษตร อาหาร และสินค้าไลฟ์สไตล์ พร้อมขยายตลาดสู่จีนตะวันตกและจีนชั้นในรวมทั้งใช้ช่องทางออนไลน์และ KOL ในการทำตลาด ตะวันออกกลาง ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด พร้อมหาเส้นทางโลจิสติกส์สำรองและรักษาความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน ญี่ปุ่น โอกาสที่ไทยและญี่ปุ่นจะครบรอบ 140 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2570 ร่วมกันกำหนดทิศทางความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และยุโรป ในปีนี้ ครบรอบการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต 170 ปี ไทยและฝรั่งเศส ซึ่งจะเป็นโอกาสอันดีในการต่อยอดส่งเสริมสินค้าและวัฒนธรรมไทยในภูมิภาคยุโรป
ส่วนความท้าทายส่งออกไทยในปัจจุบัน พบว่า 1.การกระจุกตัวของตลาดส่งออก ไทยพึ่งพาตลาดหลักกว่า 30% ของการส่งออกทั้งหมด และมีความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า 2.การกระจุกตัวของผู้ส่งออก ไทยมีผู้ประกอบการส่งออกกว่า 30,000 ราย แต่ผู้ส่งออกรายใหญ่เพียงประมาณ 7,000 ราย มีสัดส่วนการส่งออกถึง 84% ขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยและ SME มีเพียง 16% 3.โครงสร้างการผลิตที่พึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบสูง จำเป็นต้องเพิ่มสัดส่วน Local Content และส่งเสริมสินค้า Made in Thailand เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

