สนค.ลงพื้นที่อีสานใต้ ที่จังหวัดอุบลราชธานีและศรีสะเกษ พบปะกับหน่วยงานรัฐ เอกชน และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อรับฟังความคิดเห็นในการขับเคลื่อนโครงการศึกษาการยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง หลังเป็นพื้นที่ปลูกข้าวสำคัญ ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ และข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ได้ข้อสรุปต้องคุมคุณภาพ มาตรฐาน สร้างมูลค่าเพิ่ม เตรียมลุยต่อภาคกลาง หวังช่วยยกระดับให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน
น.ส.ณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้นำทีม สนค. พร้อมคณะที่ปรึกษา ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเชิงลึก ณ จังหวัดอุบลราชธานีและศรีสะเกษ ภายใต้โครงการศึกษาการยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ระหว่างวันที่ 18-20 ก.พ.2569 เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และกลุ่มเกษตรกร ในจังหวัดอุบลราชธานี ได้แก่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ศูนย์วิจัยข้าว โรงสีข้าวกิจอุดม กลุ่มข้าวยั่งยืนบ้านดอนหมู และกลุ่มนาแปลงใหญ่ ต.หนองขอน รวมถึงจังหวัดศรีสะเกษ ได้แก่ บริษัท ไร่ทอง ออร์แกนิกส์ ฟาร์ม จำกัด และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง (กลุ่มเกษตรทิพย์) เพื่อรวบรวมข้อมูลข้อจำกัดและโอกาสในการพัฒนาข้าวไทยสู่ตลาดโลก
ทั้งนี้ ในพื้นที่ดังกล่าว เป็นแหล่งผลิตสำคัญที่มีศักยภาพสูงในการทำข้าวมาตรฐานสากลและข้าวสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อาทิ ข้าวหอมมะลิมาตรฐานยั่งยืน SRP ข้าวหอมมะลิอินทรีย์มาตรฐานสากล และข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ และข้าวหอมมะลิอุบลราชธานี เป็นต้น
โดยผลการลงพื้นที่ เบื้องต้นมีข้อเสนอแนะสำคัญในการขับเคลื่อนการผลิตและการค้าข้าวมูลค่าสูง เช่น 1.การบริหารจัดการทรัพยากร ภาครัฐควรบูรณาการการจัดการระบบน้ำให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบชลประทานในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เพียงพอต่อการเพาะปลูก พร้อมทั้งกำกับดูแลการใช้ทรัพยากรน้ำบาดาลในภาพรวม เพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว จากการขาดแคลนน้ำและผลกระทบด้านธรณีวิทยา (ดินทรุด)

2.การยกระดับมาตรฐานสากล เร่งส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคเอกชนและเกษตรกรได้รับมาตรฐานที่ตลาดโลกยอมรับ เช่น SRP Organic สากล USDA และ EU โดยภาครัฐควรสนับสนุนด้านค่าธรรมเนียมการขอรับรอง และจัดสรรบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเข้าช่วยอบรมเกษตรกรเพื่อลดต้นทุนในการเตรียมความพร้อม รวมถึงยกระดับมาตรฐานของไทยให้สอดคล้องกับเกณฑ์สากลเพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า
3.การเข้าถึงแหล่งเงินทุนและข้อมูล เพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการเพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งพัฒนาระบบการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ข้อมูลโครงการภาครัฐให้เข้าถึงเกษตรกรอย่างทั่วถึง เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากนโยบายสนับสนุนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4.การพัฒนาคุณภาพและการตลาด ส่งเสริมการปลูกข้าวในพื้นที่ที่เหมาะสมตามศักยภาพของดินและสภาพอากาศ เช่น ข้าวหอมมะลิในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อควบคุมคุณภาพผลผลิตให้มีเอกลักษณ์ และควรสนับสนุนการใช้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพและบริสุทธิ์ เพื่อลดปัญหาพันธุ์ข้าวปลอมปน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในคุณภาพข้าวไทย
5.การสร้างมูลค่าเพิ่ม ผลักดันการขอรับรองมาตรฐานตามความต้องการของตลาด ควบคู่ไปกับการสร้างการรับรู้ในคุณค่าของตราสัญลักษณ์มาตรฐานไทยและสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อสร้างจุดเด่นและเพิ่มมูลค่าสินค้าในสายตาผู้บริโภค
“สนค. มีแผนจะลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มเติมในภาคกลาง (นครปฐม สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา) เป็นลำดับถัดไป รวมทั้งศึกษาตัวอย่างต้นแบบของประเทศผู้ผลิตและประเทศคู่ค้า เพื่อประมวลผลและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการยกระดับรายได้เกษตรกร ตลอดจนขยายโอกาสทางการค้าสินค้าข้าวมูลค่าสูง เพื่อสร้างโอกาสให้สินค้าเกษตรไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงและพร้อมรับการแข่งขันในตลาดโลกต่อไป”น.ส.ณัฐิยากล่าว

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

