​“พาณิชย์”ลุยพยุงราคาหอมหัวใหญ่ช่วงพีก เร่งเข้ารับซื้อ เชื่อมโยงซื้อขาย คุมนำเข้า

img

กรมการค้าภายในลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดหอมหัวใหญ่ หลังผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ฉุดราคาลง จับมือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ประกอบการในพื้นที่ เข้ารับซื้อในราคานำตลาดและกระจายออกจากแหล่งผลิต เป้า 1,000 ตัน พร้อมเตรียมมาตรการรับมือช่วงพีก เชื่อมโยงซื้อขาย ให้พาณิชย์จังหวัดช่วยขาย ขอส่วนราชการช่วยซื้อ เปิดศาลากลาง ที่ราชการให้เกษตรกรมาขาย ดันส่งออกไปญี่ปุ่น และเพิ่มความเข้มดูแลการนำเข้า
         
นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่และศูนย์ชั่งตวงวัดภาคเหนือ (เชียงใหม่) เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดหอมหัวใหญ่ และรับฟังข้อเสนอแนะจากเกษตรกรและผู้ประกอบการรับซื้อ โดยพบว่า ขณะนี้เกษตรกรได้รับผลกระทบจากปริมาณผลผลิตที่ทยอยออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงกลางเดือน ก.พ. ต่อเนื่องถึงเดือน มี.ค. ส่งผลให้ราคามีแนวโน้มปรับตัวลดลง
         
ทั้งนี้ เกษตรกรยังได้สะท้อนข้อกังวลเกี่ยวกับการนำเข้าหอมหัวใหญ่จากต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเดือน .ค.2568 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรณีการสำแดงราคานำเข้าที่ต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งแม้จะมีการชำระภาษี แต่ยังสามารถแข่งขันด้านราคากับผลผลิตภายในประเทศได้ ส่งผลกระทบต่อกลไกราคาและทำให้ราคาหอมหัวใหญ่ในประเทศปรับตัวลดลงในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก
         
“กรมได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่และผู้ประกอบการในพื้นที่ เร่งดำเนินโครงการรับซื้อและกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิตในราคานำตลาด เป้าหมาย 1,000 ตัน โดยผู้ประกอบการจะรับซื้อในราคานำตลาดในช่วงวันที่ 21–28 ก.พ.2569 และยังเตรียมดำเนินมาตรการอื่น ๆ ที่เหมาะสมเพิ่มเติมอีกในช่วงต้นเดือน มี.ค.2569 ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุด โดยยึดหลักราคานำตลาดและผลประโยชน์ของเกษตรกรเช่นเดียวกัน”นายจิรวุฒิกล่าว
         


นายจิรวุฒิกล่าวว่า นอกจากมาตรการกระจายหอมหัวใหญ่ในราคานำตลาดแล้ว กรมได้เดินหน้ามาตรการบริหารจัดการหอมหัวใหญ่อีก 5 แนวทางควบคู่กัน เพื่อดูแลเสถียรภาพตลาดอย่างเป็นระบบ ได้แก่ 1.ทำตลาดล่วงหน้าผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับผู้ประกอบการ รับซื้อหอมหัวใหญ่รวม 6,700 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท เพื่อสร้างความมั่นใจด้านตลาดรองรับผลผลิตให้แก่เกษตรกร 2.สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดที่ไม่ได้เป็นแหล่งผลิต รับออเดอร์และช่วยกระจายสินค้าสู่พื้นที่ต่าง ๆ โดยเน้นการบรรจุถุงขนาด 1, 2 และ 5 กิโลกรัม เพื่อเพิ่มความสะดวกในการจำหน่าย 3.ขอความร่วมมือส่วนราชการและ 20 อำเภอที่ไม่ได้เป็นแหล่งผลิต ร่วมรณรงค์อุดหนุนผลผลิตจากพื้นที่เพาะปลูกในจังหวัด 4.จัดพื้นที่จำหน่ายโดยตรงให้กลุ่มเกษตรกรนำผลผลิตมาจำหน่ายที่ศาลากลางจังหวัด สถานที่ราชการต่าง ๆ และงานธงฟ้า ซึ่งในวันที่ 19–21 ก.พ.2569 กรมจะนำหอมหัวใหญ่จากจังหวัดเชียงใหม่ไปจำหน่ายในงานมหกรรมธงฟ้าเยียวยาลดค่าครองชีพ จังหวัดสระแก้ว บริเวณตลาดรถไฟ อำเภออรัญประเทศ และ 5.ประสานงานผ่านทูตพาณิชย์ ณ กรุงโตเกียว เพื่อผลักดันการส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่น ขยายช่องทางการระบายผลผลิตในภาพรวมอีกทางหนึ่ง
         
นอกจากนี้ กรมได้เพิ่มความเข้มงวดกำกับดูแลการนำเข้าและการขนย้ายหอมหัวใหญ่ โดยประสานกรมศุลกากรและหน่วยงานความมั่นคง สกัดการลักลอบนำเข้าและการสวมสิทธิ์ โดยผู้นำเข้าหอมหัวใหญ่ต้องขออนุญาตและแจ้งรายละเอียดให้ครบถ้วน เพื่อให้ตรวจสอบเส้นทางสินค้าได้
         
ปัจจุบันราคาหอมหัวใหญ่คละ (เบอร์ 0–3) ที่เกษตรกรจังหวัดเชียงใหม่จำหน่ายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 5–6 บาทต่อกิโลกรัม ลดลงจากช่วงต้นฤดูกาลเมื่อต้นเดือน ก.พ.2569 ที่เคยอยู่ที่ประมาณ 13 บาทต่อกิโลกรัม ในส่วนของราคาซื้อขายในตลาดกรุงเทพฯ สำหรับหอมหัวใหญ่ (เบอร์ 0–1) ราคาขายส่งเฉลี่ยอยู่ที่ 22.50 บาทต่อกิโลกรัม และราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ 37.50 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งอยู่ในระดับเท่ากันกับช่วงเดียวกันของปีก่อนทั้งในระดับขายส่งและขายปลีก
         
จังหวัดเชียงใหม่เป็นแหล่งปลูกหอมหัวใหญ่รายใหญ่ คิดเป็นเกือบ 70% ของประเทศ มีพื้นที่เพาะปลูก 5,130 ไร่ ผลผลิตภาพรวมจังหวัดเชียงใหม่มีทั้งหมดประมาณ 25,000 ตัน ขณะนี้อยู่ในช่วงต้นฤดู อำเภอแม่วาง และสันป่าตองออกก่อนเป็นพื้นที่แรก โดยออกไปแล้ว 30% และคาดว่าจะสิ้นสุดฤดูกาลในสิ้นเดือนมี.ค.2569

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง