​กรมพัฒน์มอบรางวัล “สัมมาอาชีวบัญชี มหาจักรีสิรินธร” มั่นใจสร้างนักบัญชีมืออาชีพเพิ่ม

img

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าร่วมกับวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มอบถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แก่นักศึกษาสาขาบัญชี ที่ชนะเลิศการแข่งขันตอบปัญหาทางบัญชี “สัมมาอาชีวบัญชี มหาจักรีสิรินธร” ครั้งที่ 11 มั่นใจสร้างนักบัญชีเข้าสู่ระบบได้เพิ่มขึ้น แนะเพิ่มทักษะด้านภาษา เทคโนโลยีดิจิทัล และตระหนักถึงหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ  

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ น.ส.จุฑามณี ยอดแสง ผู้อำนวยการกองกำกับบัญชีธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เข้าร่วมงานและมอบถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แก่นักศึกษาสาขาบัญชีที่ชนะเลิศการแข่งขันตอบปัญหาทางบัญชี “สัมมาอาชีวบัญชี มหาจักรีสิรินธร” ครั้งที่ 11 ร่วมกับ ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม รองอธิการบดี สายงานภาคีสัมพันธ์  มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ณ ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
         
สำหรับการจัดการแข่งขันตอบปัญหาทางบัญชี เป็นความร่วมมือระหว่าง กรม กับวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งจัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 11 เพื่อเป็นเวทีให้นักศึกษาสาขาบัญชีได้พัฒนาทักษะทางวิชาการ สร้างความสามัคคี และทำงานร่วมกันเป็นทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน สถาบันการศึกษาก็สามารถนำผลจากการแข่งขันไปใช้ในการพัฒนานักศึกษาเพื่อให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่มีศักยภาพ พร้อมก้าวเข้าสู่วิชาชีพบัญชีอย่างมีคุณภาพต่อไปในอนาคต
         
“ขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะการแข่งขันทุกประเภทรางวัล และขอชื่นชมนักศึกษาทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขันตอบปัญหาทางบัญชีในครั้งนี้ ซึ่งทุกคนเป็นที่ยอมรับของสถาบันการศึกษา จึงได้รับการคัดเลือกให้มาเป็นตัวแทนของสถาบัน แม้จะไม่ได้รับรางวัลทุกคน ทุกสถาบัน แต่มั่นใจว่าทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขันต่างได้รับความรู้ มีโอกาสพบปะเพื่อนจากต่างสถาบัน นับเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก และขอฝากถึงนักศึกษาทุกคนว่า ปัจจุบันนอกจากความรู้ทางด้านวิชาการบัญชีแล้ว นักศึกษาจำเป็นต้องศึกษาหาความรู้หรือฝึกทักษะด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทักษะด้านภาษา ทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ทักษะด้านการสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งถือปัจจัยสำคัญที่ทำให้การทำงานของนักศึกษาในอนาคตประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ และในฐานะนักบัญชีต้องตระหนักถึงหลักจรรยาบรรณวิชาชีพเป็นที่ตั้งเพื่อก้าวสู่การเป็นนักบัญชีมืออาชีพ ขออวยพรให้ทุกท่านประสบความสุข ความสำเร็จ และเป็นผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่ดีและสุจริตในอนาคต”นายพูนพงษ์กล่าว
         


ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า บทบาทของนักบัญชีได้เปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคบัญชีดิจิทัลอย่างเต็มตัว ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่สถาบันการศึกษาจะต้องปรับตัวเพื่อสร้างบุคลากรที่ตอบโจทย์ดังกล่าว โดยวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) ได้พัฒนาหลักสูตรบัญชีดิจิทัลที่ผ่านการรับรองจากสภาวิชาชีพบัญชี เพื่อสร้างบัณฑิตที่มีคุณลักษณะพิเศษ คือ มีความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีและซอฟต์แวร์บัญชีชั้นนำ เข้ามาช่วยจัดการข้อมูลให้มีความถูกต้องแม่นยำ ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
         
“ในยุคที่ AI และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในงานบัญชี สามารถช่วยบันทึกรายการต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องแม่นยำถึง 100% สิ่งนี้ไม่ได้มาแทนที่นักบัญชี แต่กลับเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้นักบัญชีสามารถยกระดับบทบาทไปสู่การเป็นผู้วิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst) และที่ปรึกษาทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น แต่ทักษะทางเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ นักบัญชีดิจิทัลจำเป็นต้องมีทักษะทางสังคม (Soft Skills) ควบคู่กันไป ทั้งด้านการสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นสิ่งที่เทคโนโลยียังไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้”
         
การแข่งขัน “สัมมาอาชีวบัญชี มหาจักรีสิรินธร” ครั้งที่ 11 นี้ จึงเป็นมากกว่าการแข่งขันทางวิชาการ แต่เป็นพื้นที่ฝึกฝนให้นักศึกษาอาชีวะซึ่งเป็นกำลังสำคัญของวงการบัญชี ได้สัมผัสกับรูปแบบการทำงานสมัยใหม่ การแก้ปัญหาภายใต้สถานการณ์จริง และประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นนักบัญชีดิจิทัลมืออาชีพที่แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีและมนุษย์สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมขับเคลื่อนองค์กรธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
         
ปัจจุบัน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลนิติบุคคลให้ปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมส่งเสริมภาคธุรกิจให้มีธรรมาภิบาล ผ่านการกำกับดูแลการจัดทำบัญชีธุรกิจ รวมทั้งการกำกับดูแลและพัฒนา “ผู้ทำบัญชี” ซึ่งมีหน้าที่จัดทำบัญชีแก่ภาคธุรกิจให้มีคุณภาพ สำหรับผู้ที่จะเป็นผู้ทำบัญชีได้นั้นจะต้องสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทางการบัญชี

ข้อมูล ณ วันที่ 19 ม.ค.2569 ประเทศไทยมีผู้ทำบัญชีที่แจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า 81,511 คน อยู่ในกรุงเทพฯ และนนทบุรี 35,322 คน และอยู่ในส่วนภูมิภาค 46,189 คน รองรับกับการจัดทำบัญชีให้แก่นิติบุคคล 967,210 รายทั่วประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกปี เนื่องจากธุรกิจจำเป็นต้องมีผู้ทำบัญชีอย่างน้อย 1 คน ผู้ทำบัญชีจึงมีความใกล้ชิดและเป็นเพื่อนคู่คิดของภาคธุรกิจ เป็นผู้ส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจให้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น วิชาชีพบัญชีจึงมีความสำคัญและจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก มีส่วนสร้างความน่าเชื่อถือให้งบการเงินสะท้อนภาพธุรกิจที่เป็นจริง และสามารถนำงบการเงินไปใช้ปรับกลยุทธ์ธุรกิจได้อย่างแม่นยำ ช่วยเปิดทางให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้  



 

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง