"พาณิชย์"เผยปี 68 ยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาพุ่ง 75,381 คำขอ เพิ่มขึ้น 9.11%

img

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยปี 68 คำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในไทย ทั้งเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ พุ่งสูงถึง 75,381 คำขอ เพิ่มขึ้น 9.11% สะท้อนผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับทรัพย์สินทางปัญญา และการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เตรียมลุยส่งเสริมการจดทะเบียนต่อในปี 69

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถิติการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา (เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์) ในไทย ประจำปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.) มีจำนวนสูงถึง 75,381 คำขอ เพิ่มขึ้น 9.11% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มี 69,089 คำขอ โดยกรมรับจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาและรับแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ ทั้งสิ้น 61,536 รายการ เพิ่มขึ้น 17.56% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มี 52,345 รายการ สะท้อนความตื่นตัวและตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ประกอบการยุคใหม่ และพร้อมต่อยอดการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์

โดยรายละเอียดการยื่นคำขอจดทะเบียนและแจ้งข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา จำแนกตามประเภทต่าง ๆ ได้แก่ 1.เครื่องหมายการค้า มีการยื่นคำขอ 55,668 คำขอ เพิ่มขึ้น 8.51% เมื่อเทียบกับปี 2567 (51,303 คำขอ) โดยเป็นคำขอที่ยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) 75% และยื่นในรูปแบบกระดาษ 25% สำหรับกลุ่มสินค้าที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้ามากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.บริการด้านการขายและการตลาด 7,208 คำขอ สะท้อนกระแสชอปปิงออนไลน์ที่ยังมาแรงต่อเนื่อง 2.ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม 7,132 คำขอ 3. เครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 6,243 คำขอ 4.ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย 6,171 คำขอ และ 5.ผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกาย 4,336 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอเครื่องหมายการค้า คนไทย 51% และต่างชาติ 49% ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ในปี 2568 อยู่ที่ 40,063 เครื่องหมาย เพิ่มขึ้น 36.19% เมื่อเทียบกับปี 2567 (29,418 เครื่องหมาย)

2.สิทธิบัตรการประดิษฐ์ มีการยื่นคำขอ 8,386 คำขอ เพิ่มขึ้น 2.86% เมื่อเทียบกับปี 2567 (8,153 คำขอ) โดยเป็นคำขอที่ยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) 83% และยื่นในรูปแบบกระดาษ 17% สำหรับนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรการประดิษฐ์มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ 565 คำขอ สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมด้านสุขภาพยังคงเป็นหนึ่งในสาขานวัตกรรมสำคัญ 2.ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เช่น ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย ระบบรับ–ส่งข้อมูลความเร็วสูง และอุปกรณ์สื่อสารอัจฉริยะ 221 คำขอ สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่เพิ่มมากขึ้น 3.วัสดุเหล็กกล้า เช่น เหล็กกล้าที่มีความแข็งแกร่งสูงระดับพิเศษ เหล็กกล้าทนการสึกหรอ เหล็กกล้าทนความร้อน และเหล็กกล้าสำหรับงานโครงสร้างที่ต้องรับแรงสูง 196 คำขอ 4.แอนติบอดีและยาชีววัตถุ เช่น แอนติบอดีเชิงรักษา วัคซีนชีววัตถุ และผลิตภัณฑ์ชีวเภสัชภัณฑ์ 181 คำขอ และ 5.แบตเตอรีและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น แบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออน แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง และระบบกักเก็บพลังงาน 137 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ คนไทย 11% และต่างชาติ 89% ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ในปี 2568 อยู่ที่ 5,497 ฉบับ เพิ่มขึ้น 2.42% เมื่อเทียบกับปี 2567 (5,367 ฉบับ)



3.อนุสิทธิบัตร ในปี 2568 มีการยื่นคำขอ 4,944 คำขอ เพิ่มขึ้น 16.14% เมื่อเทียบกับปี 2567 (4,257 คำขอ) โดยเป็นคำขอที่ยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) 74% และยื่นในรูปแบบกระดาษ 26% สำหรับนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองอนุสิทธิบัตรมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.อาหารและเครื่องดื่ม 621 คำขอ ยังครองอันดับ 1 แบบทิ้งห่าง 2.ยาสมุนไพร 315 คำขอ สะท้อนความสนใจด้านสุขภาพและการนำองค์ความรู้ด้านยาไทยแบบดั้งเดิมมาพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ 3.ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย 96 คำขอ 4.วิธีการตรวจสอบหรือวิเคราะห์วัสดุทางเคมีหรือทางกายภาพ 92 คำขอ และ 5.ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เช่น สารกำจัดศัตรูพืช กำจัดแมลง เป็นต้น 85 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ คนไทย 91% และต่างชาติ 9% ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนอนุสิทธิบัตร ในปี 2568 อยู่ที่ 2,136 ฉบับ เพิ่มขึ้น 4.71% เมื่อเทียบกับปี 2567 (2,040 ฉบับ)

4.สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในปี 2568 มีการยื่นคำขอ 6,383 คำขอ เพิ่มขึ้น 18.74% เมื่อเทียบกับปี 2567 (5,376 คำขอ) โดยเป็นคำขอที่ยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) 68% และยื่นในรูปแบบกระดาษ 36% สำหรับแบบผลิตภัณฑ์ที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ลวดลายผ้า 963 คำขอ ซึ่งผู้ยื่นคำขอส่วนใหญ่เป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยถึงกว่า 90% 2.ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ 603 คำขอ 3.บรรจุภัณฑ์ 549 คำขอ 4.เครื่องประดับ 466 คำขอ และ 5.เฟอร์นิเจอร์ 346 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ คนไทย 64% และต่างชาติ 36% ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในปี 2568 อยู่ที่ 5,217 ฉบับ เพิ่มขึ้น 57.79% เมื่อเทียบกับปี 2567 (3,306 ฉบับ)

5.ลิขสิทธิ์ ปี 2568 กรมรับแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ 8,623 ผลงาน โดยลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ โดยไม่ต้องยื่นจดทะเบียนกับกรม สถิติดังกล่าวจึงไม่สามารถสะท้อนภาพรวมของงานสร้างสรรค์ไทยได้ทั้งหมด โดยการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะช่วยเป็นหลักฐานอ้างอิงเบื้องต้นในการแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท รวมทั้งเป็นช่องทางให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงผลงานและติดต่อขอใช้ประโยชน์งานลิขสิทธิ์นั้นได้ง่ายขึ้น จากสถิติในปี 2568 มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) 96% และรูปแบบกระดาษ 4%

“ในปี 2569 กรมมุ่งมั่นพัฒนางานบริการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาให้มีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐานสากล และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริการเร่งรัดการจดทะเบียน Fast Track Plus+ ในสาขาที่ภาคอุตสาหกรรมไทยมีศักยภาพและตอบโจทย์บริบทการค้าในยุคปัจจุบัน ตลอดจนนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้กับงานบริการประชาชนรูปแบบต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการยิ่งขึ้น”นางอรมนกล่าว

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง