​“จตุพร”ลงนามแล้ว ประกาศพาณิชย์กำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ

img

“จตุพร” ลงนามประกาศกระทรวงพาณิชย์ กำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ ตามมติ นบขพ. ผู้รวบรวม โรงงานอาหารสัตว์ ต้องรับซื้อความชื้น 30% กิโลกรัมละ 7.05 บาท ใน 5 จังหวัด และความชื้น 14.5% กิโลกรัมละ 9.80 บาท ที่หน้าโรงงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ให้เพิ่มลดตามความชื้นที่กำหนด หากไม่ทำตาม มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ และยังต้องเก็บหลักฐานการรับซื้อ เพื่อใช้สิทธิ์นำเข้าข้าวโพดและสาลีด้วย
         
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2568 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ลงนามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ ประจำปี 2568/69 ตามที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 28 ส.ค.2568 เห็นชอบการกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นหลักประกันราคาผลผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.2568 จนถึงวันที่ 31 ก.ค.2569
         
สำหรับเงื่อนไขการรับซื้อ กำหนดให้ผู้รวบรวม โรงงานอาหารสัตว์ รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เลี้ยงสัตว์ โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สด ชนิดเมล็ด ความชื้นที่ 30% ของเกษตรกรในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร ชัยภูมิ พิจิตร และอุทัยธานี ในราคากิโลกรัมละ 7.05 บาท สำหรับจังหวัดอื่นให้เป็นไปตามโครงสร้างราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รายจังหวัด อาทิ ราชบุรี กก.ละ 7.23 บาท เลย กก.ละ 6.90 บาท และแม่ฮ่องสอน กก.ละ 6.73 บาท    

ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แห้ง ชนิดเมล็ด ความชื้นที่ 14.5% ของเกษตรกรในประเทศ ณ หน้าโรงงานอาหารสัตว์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในราคากิโลกรัมละ 9.80 บาท สำหรับจังหวัดอื่น ให้เป็นไปตามระยะทางและค่าขนส่งในแต่ละพื้นที่ โดยให้เพิ่มหรือลดราคาตามการหักลดน้ำหนักเมล็ดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีความชื้น อาทิ ราชบุรี กก.ละ 9.24 บาท เลย กก.ละ 8.81 บาท และแม่ฮ่องสอน กก.ละ 8.59 บาท  



ทั้งนี้ ยังกำหนดให้ผู้รวบรวม โรงงานอาหารสัตว์ ต้องแสดงราคารับซื้อ และอัตราการหักลดความชื้น ณ บริเวณหน้าสถานที่รับซื้อและจุดรับซื้อ โดยราคาและอัตราที่แสดง ต้องเป็นราคาและอัตราเดียวกันและให้แสดงราคาต่อหน่วยกิโลกรัม หากฝ่าฝืน จะมีโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 โดยมีความผิดตามมาตรา 28 มีโทษตามมาตรา 40 มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หากรับซื้อในราคาต่ำกว่าที่แสดงไว้ หรือหักลดน้ำหนักความชื้นไม่ตรงกับที่แสดงไว้ มีความผิดตามมาตรา 25 (3) มีโทษตามมาตรา 37 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กรณีผู้รวบรวมรายใดปฏิเสธหรือประวิงการจำหน่ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร จะใช้มาตรการทางกฎหมายกำกับดูแลอย่างเข้มงวด ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดมาตรา 30 มีโทษตามมาตรา 41 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากโรงงานอาหารสัตว์รายใด รับซื้อในราคาที่ต่ำเกินสมควรหรือหยุดรับซื้อ ปิดโรงงานรับซื้อ จำกัดคิวรับซื้อโดยไม่มีเหตุผลอันควร จนทำให้เกิดคยวามปั่นป่วนซึ่งราคาของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 29 มีโทษตามมาตรา 41 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ ยังได้กำหนดให้การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กรอบ WTO ในโควตา หรือข้าวสาลีสำหรับการผลิตอาหารสัตว์ในปี 2569 ต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศเป็นปริมาณ 3 ส่วน ต่อการอนุญาตนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในกรอบ WTO ในโควตา หรือข้าวสาลีสำหรับการผลิตอาหารสัตว์มาในราชอาณาจักร 1 ส่วน โดยการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศต้องแสดงหลักฐานการรับซื้อจากเกษตรกรในประเทศและราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต้องเป็นไปตามมติ นบขพ.ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับนี้ นายจตุพร ได้ลงนามก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีมติให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พ้นจากตำแหน่ง พร้อมกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะ ทำให้ประกาศดังกล่าว ได้มีผลบังคับใช้ตามวันที่ระบุไว้

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง