ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ส.ค.69 ไม่รวมทองคำ 860.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 4.86% กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง หลังลดลงในเดือนก่อนหน้า รวม 8 เดือน มูลค่า 9,842.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 9.42% เฉพาะทองคำส่งออกพุ่งแรง 2,361.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 112.47% จากราคาโลกกลับมาเพิ่มขึ้นหลังลดมา 5 เดือนติด คาดแนวโน้มส่งออกยังไปได้ เว้นสหรัฐฯ ที่ชะลอตัว แต่ทั้งปีลุ้นเป็นไปตามเป้า 10%
นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวมทองคำ เดือน ส.ค.2569 มีมูลค่า 860.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.86% กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง หลังลดลงในเดือนก่อนหน้า หากรวมทองคำ มีมูลค่า 3,221.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 66.74% รวม 8 เดือนปี 2569 (ม.ค.-ส.ค.) ส่งออกไม่รวมทองคำ มูลค่า 9,842.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.42% รวมทองคำมูลค่า 21,277.72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.02%
ทั้งนี้ การส่งออกเฉพาะทองคำ เดือน ส.ค.2569 มีมูลค่า 2,361.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 112.47% จากราคาทองคำตลาดโลกกลับมาเพิ่มขึ้น หลังลดลง 5 เดือนติดต่อกัน เพราะธนาคารกลางหลายประเทศเข้าซื้อ มีความต้องการใช้ในภาคเครื่องประดับ และรวม 8 เดือน ส่งออกทองคำ 11,435.68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 30.94% โดยหากแยกการส่งออกแต่ละเดือน ม.ค.2569 มูลค่า 2,758.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 136.16% ก.พ.2569 มูลค่า 1,103.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 18.22% มี.ค.2569 มูลค่า 1,799.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 24.28% เม.ย.2569 มูลค่า 1,216.89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 20.27% พ.ค.2569 มูลค่า 1,413.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 55.75% มิ.ย.2569 มูลค่า 371.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลด 67.55% และก.ค.2569 มี มูลค่า 411.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลด 59.22%

ทางด้านตลาดส่งออก ฮ่องกง เพิ่ม 10.91% เยอรมนี เพิ่ม 40.52% สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่ม 102.76% สหราชอาณาจักร เพิ่ม 2.63% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่ม 72.10% อิตาลี เพิ่ม 26.76% ญี่ปุ่น เพิ่ม 34.70% เบลเยี่ยม เพิ่ม 30.62% ส่วนอินเดีย ลด 9.17% สหรัฐฯ ลด 4.24% จากการที่ผู้นำเข้าได้เร่งนำเข้าก่อนหน้านี้ ทำให้ยอดนำเข้าชะลอตัวลงต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงต้นปีถึงปัจจุบัน
ส่วนการส่งออกสินค้าสำคัญ เครื่องประดับแท้ เพิ่ม 38.20% เครื่องประดับทอง เพิ่ม 17.72% เครื่องประดับแพลทินัม เพิ่ม 1,723.75% เครื่องทองหรือเครื่องเงินและส่วนประกอบ เพิ่ม 36,924.09% พลอยก้อน เพิ่ม 68.29% พลอยเนื้อแข็งเจียระไน เพิ่ม 3.35% พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน เพิ่ม 7.47% เพชรก้อน เพิ่ม 85.06% เพชรเจียระไน เพิ่ม 5.04% เศษหรือของที่ใช้ไม่ได้ทำด้วยโลหะมีค่า เพิ่ม 75.56% ส่วนเครื่องประดับเงิน ลด 16.77%
นายสุเมธกล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีนี้ จะยังส่งออกได้ต่อเนื่อง เพราะหลายตลาดยังคงมีการขยายตัว ยกเว้นสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะยังชะลอตัว ทั้งจากมาตรการภาษี และสินค้าคงคลังที่อยู่ในระดับสูง จากการเร่งนำเข้าก่อนมาตรการภาษีมีผล และทำให้ชะลอการสั่งซื้อไปจนถึงสิ้นปี ส่วนเป้าทั้งปีน่าจะทำได้ตามที่ตั้งไว้ประมาณ 10% โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญในตอนนี้ คือ เงินบาทที่อ่อนค่า ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสินค้าไทย
สำหรับข้อแนะนำต่อผู้ประกอบการไทย ขณะนี้ผู้บริโภคลดปริมาณการซื้อและหันไปเลือกเครื่องประดับน้ำหนักเบาและสินค้าที่มีความคุ้มค่ามากขึ้น แต่กลุ่มสินค้าพรีเมียมและสินค้าหรูหรา ผู้บริโภคยังมีกำลังซื้อสำหรับสินค้าที่มีคุณภาพ การออกแบบ และความแตกต่าง ผู้ประกอบการไทยต้องปรับโครงสร้างสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมเลือกซื้อมากขึ้น ทั้งสินค้าที่เข้าถึงได้ง่าย สวมใส่ได้ทุกวัน และมีราคาสมเหตุสมผล กับสินค้าระดับพรีเมียมที่เน้นคุณภาพ การออกแบบ และคุณค่าที่แตกต่าง เพื่อรองรับกำลังซื้อในแต่ละระดับ และรักษาความสามารถในการแข่งขันท่ามกลางภาวะราคาวัตถุดิบที่อยู่ในระดับสูง

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

