​ITD ปั้นผู้ประกอบการสตรี-ผู้ประกอบการ LGBTQ+ ทำธุรกิจ ดันลุยตลาดอาเซียน

img

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) จัดโครงการ SHE Commerce Bootcamp 2026 : Beyond SHE - Empowering Every Entrepreneur for ASEAN เสริมแกร่งผู้ประกอบการสตรี และผู้ประกอบการที่มีความหลากหลายทางเพศกลุ่ม LGBTQ+ พัฒนาธุรกิจ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ รับมือการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ การค้า และเทคโนโลยียุคดิจิทัล เตรียมมอบ 4 รางวัลให้กับผู้ประกอบการต้นแบบที่ผ่านการนำเสนอแผนธุรกิจ มั่นใจช่วยดันธุรกิจเติบโต รุกสู่ตลาดอาเซียนได้แน่ 

นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD เปิดเผยว่า ITD ได้จัดทำโครงการ SHE Commerce Bootcamp 2026 : Beyond SHE - Empowering Every Entrepreneur for ASEAN ระหว่างวันที่ 26–30 ก.ย.2569 ณ โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพฯ เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการสตรีและผู้ประกอบการที่มีความหลากหลายทางเพศ กลุ่ม LGBTQ+ ให้สามารถพัฒนาธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ การค้า และเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง และเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียน

สำหรับโครงการดังกล่าว จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 เดิมเน้นแต่ผู้ประกอบการสตรี ตามที่อังค์ถัดให้การสนับสนุน แต่ปีนี้ พิเศษกว่าปีก่อน ได้เพิ่มกลุ่ม LGBTQ+ เข้ามาร่วมด้วย โดยมีผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมจำนวน 300 กิจการ ผ่านเกณฑ์ 40 กิจการ และสุดท้ายคัดเหลือ 10 กิจการ เข้าร่วมการอบรม ได้แก่ แบรนด์ YaiSiRi แบรนด์เป็นลาว ห้างหุ้นส่วนจำกัด บ้านไร่รุ้งตะวัน แบรนด์ น้ำปลาร้าสโลชา บริษัท ดีไซน์ฟอร์พูกิตไลฟ์ จำกัด บริษัท ณารา อกรีฟูดส์ จำกัด แบรนด์ KidiCuB แบรนด์ ภิรมย์ แบรนด์ สุกี้พรศิริ และแบรนด์ FLAT MARBLE โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการดำเนินกิจกรรมตลอดหลักสูตร ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พัฒนาทักษะทางธุรกิจ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และต่อยอดแนวคิดใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับบริบทการแข่งขันในปัจจุบัน



ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 5 วันของการจัดกิจกรรม ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และทดลองประยุกต์ใช้เครื่องมือและแนวทางทางธุรกิจที่สำคัญ อาทิ การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ การตลาดดิจิทัล การสร้างเนื้อหาเพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย และการใช้ Live Commerce เป็นช่องทางในการนำเสนอสินค้าและสร้างโอกาสทางการขาย และยังมีกิจกรรม Business Hackathon ที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์และการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงกิจกรรม Live Commerce Popular Vote ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ฝึกฝนทักษะการนำเสนอสินค้าและสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค ตลอดจนการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญและพี่เลี้ยง เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงแนวคิดและแผนธุรกิจของตนเองให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น โดยกิจกรรมเหล่านี้ มุ่งให้ผู้ประกอบการมองเห็นโอกาสในการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับธุรกิจอย่างเหมาะสม ทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การเข้าถึงลูกค้า การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ และการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล

โดยไฮไลต์สำคัญของโครงการ คือ การนำเสนอแผนธุรกิจ (Business Pitching) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเสนอแนวคิด กลยุทธ์ และแนวทางการพัฒนาธุรกิจต่อคณะกรรมการ เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการแข่งขัน ความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจ และโอกาสในการขยายตลาดในอนาคต โดยมีเงินรางวัลสำหรับผู้ชนะรวมทั้งสิ้น 200,000 บาท แบ่งเป็น รางวัลชนะเลิศ 100,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 50,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 30,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 จำนวน 20,000 บาท พร้อมรางวัลอื่น ๆ ตามหลักเกณฑ์ของโครงการ ได้แก่ กรมธรรม์ประกันภัยมูลค่า 1 ล้านบาทต่อคน ถ้วยรางวัล และสายสะพาย โดยขณะนี้ คณะกรรมการกำลังพิจารณา และลงคะแนนหาผู้ชนะ ซึ่งจะประกาศผลให้ทราบต่อไป

“ความสำเร็จของโครงการ ไม่ได้อยู่ที่รางวัลเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงองค์ความรู้ ประสบการณ์ มุมมองใหม่ และเครือข่ายความร่วมมือที่ผู้เข้าร่วมได้รับ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในการดำเนินธุรกิจได้ในระยะยาว ITD ขอขอบคุณคณะกรรมการ ผู้เชี่ยวชาญ วิทยากร เครือข่ายพันธมิตร ตลอดจนภาคีความร่วมมือจากประเทศสิงคโปร์ ที่ร่วมกันสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และยังเชื่อมั่นว่าผู้เข้าร่วมโครงการจะสามารถนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธุรกิจ สร้างโอกาสทางการตลาด และต่อยอดเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจให้เกิดประโยชน์อย่างต่อเนื่อง พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจไทยในตลาดอาเซียนอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมและเท่าเทียม” นายสุภกิจกล่าว

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง