กรมการค้าต่างประเทศบินกรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ พบหารือกับผู้ผลิตยานยนต์ยักษ์ใหญ่ของจีน GWM และ SAIC Motor ผลักดันเพิ่มการลงทุนผลิตและใช้ชิ้นส่วนรถ EV ในไทย เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขกฎถิ่นกำเนิดสินค้า และช่วยผลักดันไทยเป็นฮับการผลิตในภูมิภาค
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นางชนินทร หริ่มเจริญ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นำคณะผู้แทนกรม เดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง และมหานครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 21–24 ก.ย.2569 เพื่อประชุมหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการค้าและการลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ร่วมกับ Great Wall Motor Co., Ltd. (GWM) และ SAIC Motor Co., Ltd. สองผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ในจีน ที่ปัจจุบันได้เข้ามาลงทุนในไทยในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถ EV ในภูมิภาค
ทั้งนี้ ในการพบหารือ ได้ชื่นชมบริษัทที่ให้ความสำคัญด้านการผลิตที่ได้คุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล และขอบคุณที่เข้ามาลงทุนในไทยและสร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มในห่วงโซ่การผลิต และได้ใช้โอกาสนี้เชิญชวนทั้งสองบริษัทขยายการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนวัตถุดิบหลักที่เป็นหัวใจในการผลิตรถ EV อาทิ แบตเตอรี มอเตอร์ขับเคลื่อน ระบบควบคุมอัจฉริยะ การพัฒนาซอฟท์แวร์ และการออกแบบ เป็นต้น และขอให้ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในไทยตามกฎหมายถิ่นกำเนิดสินค้า โดยกรมแจ้งว่าพร้อมเป็นหน่วยงานกลางประสานผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศที่มีศักยภาพและมีการผลิตในระดับมาตรฐานสากล เพื่อนำพาไปสู่การค้าที่ยั่งยืน และป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกมองเป็นทางผ่านสินค้าเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้าของประเทศที่สาม

“การหารือในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานเชิงรุกของกรม ในการสร้างความเข้าใจกับนักลงทุนและผู้ประกอบการต่างประเทศ ให้เข้าใจถึงความสำคัญด้านถิ่นกำเนิดสินค้า ซึ่งปัจจุบันนับเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการเข้าถึงตลาดประเทศของคู่ค้า หากนักลงทุนให้ความร่วมมือในการเพิ่มการใช้วัตถุดิบในประเทศ จะทำให้มีการเชื่อมโยงพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศร่วมกัน (Win-Win Co-Creation) นำไปสู่การเติบโตพร้อมกันอย่างยั่งยืน”นางอารดากล่าว
จากข้อมูลสถิติการค้า World Trade Atlas พบว่า ในปี 2568 ไทยมีการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก มูลค่า 478.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วง 7 เดือน ปี 2569 (ม.ค.-ก.ค.) ส่งออกมูลค่า 266.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.32%

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

